ถาม-ตอบ

ระบบ New e-Filing

ระบบยื่นแบบและชำระภาษีออนไลน์ระบบใหม่ หรือ New e-Filing เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป
วันที่ 1-5 ตุลาคม 2564 ระบบปิดให้บริการระบบเดิมเพื่อทำการย้ายข้อมูลและปรับปรุงระบบ ผู้เสียภาษีสามารถ Login ด้วยรหัสผู้ใช้และรหัสผ่านเดิม เพื่อยื่นแบบและชำระเงินได้ตามปกติบนระบบ New e-Filing ได้ในวันที่ 6 ตุลาคม 2564
ระบบ e-Filing เดิม ใช้ได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 และเริ่มใช้ New e-Filing ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2564
ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2564 พร้อมให้บริการ New e-Filing ทุกประเภทแบบ ยกเว้นแบบ ภ.ง.ด. 93 และแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ปิโตรเลียม

โปรแกรม RD Prep

โปรแกรม RD Prep คือโปรแกรมจัดเตรียมข้อมูลเพื่อการยื่นแบบด้วยวิธีการบันทึกหรือวิธีการโอนย้ายข้อมูลใบแนบแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีมีไฟล์ข้อมูลที่จัดเตรียมจากโปรแกรมอื่นๆ ที่นามสกุล.txt หรือนามสกุล .csv ผู้เสียภาษีสามารถนำมาเตรียมเพื่อการยื่นแบบด้วยวิธีการโอนย้าย ด้วยโปรแกรม RD Prep ได้
เป็นการเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลที่บันทึกไว้ผ่านโปรแกรม RD Prep เพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลได้ ซึ่งโปรแกรมไม่ได้บังคับให้ตั้งค่ารหัส PIN
ปัญหาจาก Security Check Certificate ของไฟล์ ต้องให้ทาง IT ของบริษัทนั้นปลดโปรแกรม RD Prep จาก list Unknown Publisher
หากระบบปฏิบัติการ (OS)เป็น Windows 7 Ultimate จะพบปัญหาหน้าจอขาวไม่ หากเป็น Windows 7 Enterprise จะสามารถใช้งานได้
ขึ้นอยู่กับค่ายของ Firewall ที่แจ้งเตือน ให้ผู้เสียภาษีเลือก อนุญาต ให้ติดตั้งโปรแกรม
ไม่จำเป็น ผู้เสียภาษีสามารถยื่นแบบออนไลน์ ที่ระบบ New e-Filing ได้ ทั้งนี้โปรแกรม RD Prep เหมาะสำหรับกรณีที่ แบบ ภ.ง.ด. 1 ภ.ง.ด. 2 ภ.ง.ด. 3 ภ.ง.ด.53 มีจำนวนรายการผู้มีเงินได้จำนวนมาก หรือ ภ.พ. 30 ที่มีจำนวนรายการสาขาจำนวนมาก หรือ ภ.ธ.40 ที่มีจำนวนรายการสาขาจำนวนมาก
ผู้เสียภาษีสามารถเรียกดูไฟล์ข้อมูลของเดือนก่อนมาแก้ไขและนำไปยื่นแบบในเดือนถัดไปได้ โดยไม่ต้องบันทึกข้อมูลใหม่โดยการเลือก บันทึกข้อมูลแบบ ที่ต้องการ เช่น เลือก ภ.ง.ด. 3 ข้อมูลเดิมที่เคยบันทึกจะปรากฏขึ้นมา แล้วกด คัดลอก เลือก เดือน/ปีภาษีปัจจุบัน เลือก วันเดือนปีที่จ่าย กด ตกลง ระบบจะแสดงรายการของเดือน/ปีภาษีปัจจุบัน แล้วทำการแก้ไข หรือ เพิ่ม รายการตามความต้องการ และตรวจสอบความถูกต้อง ก่อน กดบันทึกและสร้างไฟล์ข้อมูล ระบบจะจัดเก็บไฟล์เป็นนามสกุล.rdx เลือกที่จัดเก็บไฟล์และห้ามเปลี่ยนชื่อไฟล์เพื่อนำไปยื่นในระบบ New e-Filing

ทั้งนี้ผู้เสียภาษีสามารถศึกษาจากคู่มือการใช้งานหรือวีดิโอแนะนำ การ Copy File เพื่อนำไปยื่นแบบในเดือนถัดไป
เมื่อผู้เสียภาษีทำการแปลงไฟล์ข้อมูล หรือบันทึกข้อมูล และได้ไฟล์นามสกุล .rdx เรียบร้อยแล้ว ให้ผู้เสียภาษีเข้าสู่ระบบยื่นแบบออนไลน์ด้วยหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่าน แล้วเลือก เมนูยื่นแบบ เลือก upload ไฟล์ข้อมูลแบบ
1) สำนักงานบัญชีตัวแทนต้องยื่นแบบคำขอเพิ่ม/ลดจำนวนผู้มีหน้าที่เสียภาษีของสำนักงานบัญชีตัวแทน (ต.ท.04) และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ที่กองมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากร เพื่อขอเพิ่มรายลูกค้า หลังจากได้รับอนุมัติแล้ว กองมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากรจะส่งรายชื่อลูกค้าให้กองบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ดำเนินการเพิ่มข้อมูลลูกค้าในระบบ New e-Filing สำนักงานบัญชีตัวแทนก็จะสามารถยื่นแบบให้ลูกค้าได้

2) หากไม่แจ้งเพิ่มรายชื่อลูกค้าสำนักงานบัญชีตัวแทนจะไม่สามารถยื่นแบบผ่านออนไลน์ให้ลูกค้าในนามสำนักงานบัญชีตัวแทน สำหรับลูกค้ารายที่ยังไม่มาแจ้งเพิ่มได้ ดังนั้น ลูกค้าต้องยื่นแบบด้วยชื่อผู้ใช้งาน (username) และรหัสผ่าน (password) ในนามของลูกค้าเอง
ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสามารถเลือกจัดทำใบแนบได้ 2 ลักษณะ คือ

1) กรอกข้อมูลใบแนบบนออนไลน์ได้เลยซึ่งสามารถ save ข้อมูลเก็บไว้ได้หากกรอกข้อมูลไม่เสร็จ

2) ใช้โปรแกรม RD Prep ในการบันทึกหรือโอนย้ายข้อมูลซึ่งจะคล้ายระบบ RDinet เดิม ที่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรม RD Prep มาติดตั้งเพื่อใช้งานเมื่อบันทึกหรือโอนย้ายข้อมูลเรียบร้อยแล้วจะได้ไฟล์นามสกุล .rdx นำไป upload บนออนไลน์
แนะนำให้ copy ไฟล์มาไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรม RD Prep เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลในเครื่อง Server
ผู้เสียภาษีสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้ในวันที่ 6 ตุลาคม 2564 เบื้องต้นให้พิมพ์แบบ ภ.พ.36 และหลักฐานการโอนเงินเก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนได้
จากโปรแกรม RD Prep ที่หน้าจอการจัดเตรียมข้อมูลแบบด้วยวิธีการบันทึกข้อมูลแบบ กดเลือก บันทึกข้อมูลแบบ คลิก ภ.ง.ด. 1 ให้กดสัญลักษณ์จุด 3 จุด ตรงมุมด้านขวาบนของแบบ ภ.ง.ด.1 จากนั้นจะปรากฏข้อความว่า “นำเข้าข้อมูลจากโปรแกรมเก่า” เมื่อคลิก ที่ข้อความ จะปรากฏหน้าจอให้คลิกเลือกไฟล์.txt ที่ต้องการ
ไฟล์นามสกุลที่โปรแกรม RD Prep รองรับสำหรับการโอนย้ายข้อมูลคือ .txt และ .csv
ระบบ New e-Filing รองรับไฟล์ที่ใช้ในการ upload เพื่อยื่นแบบออนไลน์ 2 นามสกุลเท่านั้น คือ

1) นามสกุล .rdx ได้จากการบันทึกหรือโอนย้ายข้อมูลด้วยโปรแกรม RD Prep

2) นามสกุล .xml ได้จากโปรแกรมทำบัญชีทั่วไปซึ่งสามารถพัฒนาโปรแกรมให้สามารถ export ไฟล์ได้ ตามข้อกำหนดทางเทคนิคที่กรมสรรพากรประกาศ (ขณะนี้ยังไม่ได้ประกาศ) ** ไฟล์ .txt จะไม่สามารถนำมา upload ได้
สามารถทำได้ โดยการเลือก บันทึกข้อมูลแบบ เลือก แบบ ภ.ง.ด.1 จะปรากฏข้อมูลที่เคยบันทึกไว้ กดปุ่มคัดลอก เลือกเดือนปีภาษี เลือก เดือนปีภาษีปัจจุบัน กด ตกลง และวันเดือนปีภาษีที่ต้องการจ่ายเงิน กดตกลง ระบบจะแสดงรายงานเดือนปีภาษีปัจจุบันขึ้นมาให้
ผู้เสียภาษีไม่สามารถนำไฟล์ที่ได้จากโปรแกรมใบแนบด้วยโปรแกรม RDinet เดิมมา upload เพื่อยื่นแบบในระบบ New e-Filing ได้ แต่สามารถนำไฟล์มาแปลงที่โปรแกรม RD Prep ให้เป็นนามสกุล .rdx ก่อนนำไป upload เพื่อยื่นแบบในระบบ New e-Filing ได้
ผู้เสียภาษีสามารถเรียกดูไฟล์ข้อมูลของเดือนก่อนมาแก้ไขและใช้ในเดือนถัดไปได้ โดยไม่ต้องบันทึกข้อมูลใหม่โดยการเลือกบันทึกข้อมูลแบบที่ต้องการ เช่น เลือก ภ.ง.ด. 1 ข้อมูลเดิมที่เคยบันทึกจะปรากฏขึ้นมา แล้วกด คัดลอก เลือก เดือน/ปีภาษีปัจจุบัน เลือก วันเดือนปีที่จ่าย กด ตกลง ระบบจะแสดงรายการของเดือน/ปีภาษีปัจจุบัน แล้วทำการแก้ไข หรือ เพิ่ม รายการตามความต้องการ และตรวจสอบความถูกต้อง ก่อน กดบันทึกและสร้างไฟล์ข้อมูล ระบบจะจัดเก็บไฟล์เป็นนามสกุล.rdx เลือกที่จัดเก็บไฟล์และห้ามเปลี่ยนชื่อไฟล์เพื่อนำไปยื่นในระบบ New e-Filing
ถ้าหากกดพิมพ์แบบจากโปรแกรม Rd Prep จะยังไม่ปรากฏข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ แต่เมื่อนำไฟล์ .rdx ไป upload เพื่อยื่นแบบบนระบบออนไลน์ เมื่อกดพิมพ์แบบ ระบบ New e-Filing จะปรากฏข้อมูล ชื่อ ที่อยู่
หากผู้เสียภาษีพบปัญหาในการติดตั้งโปรแกรม RD Prep ขึ้นหน้าจอขาว บนเครื่องที่ระบบปฏิบัติการเป็นWindows 7 Service Pack 1 แนะนำให้ติดตั้งโปรแกรม RD Prep บนเครื่องที่มีระบบปฏิบัติการ (OS) เป็นWindows 7 Service Pack สูงกว่า Service Pack 1
ปัจจุบันการยื่นแบบแสดงรายการผ่านระบบ New e-Filing ยังไม่รองรับกรณีกระทำการแทนผู้จ่ายเงินได้ ทั้งนี้ กรมสรรพากรอยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เพื่อรองรับกรณีผู้มีเงินได้พึงประเมินถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย สามารถนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย แทนผู้จ่ายเงินได้ หากปรับปรุงแล้วเสร็จ กรมสรรพากรจะดำเนินการปรับปรุงระบบให้รองรับกรณีดังกล่าวเป็นลำดับถัดไป
โปรแกรม RD Prep V 1.1.5 เป็นต้นไป แต่หากมีการปรับปรุงโปรแกรม RD Prep แนะนำให้อัปเดตให้เป็นปัจจุบันด้วย โดยโปรแกรมเปิดบริการให้ผู้เสียภาษีสามารถจัดเตรียมไฟล์ข้อมูลแบบ ภ.พ. 30 ด้วยวิธีการโอนย้ายข้อมูล สำหรับการจัดเตรียมไฟล์ด้วยวิธีการบันทึกยังไม่เปิดให้บริการ แต่ผู้เสียภาษีสามารถยื่นแบบ ภ.พ. 30 ด้วยวิธีการบันทึกข้อมูลผ่านระบบ New e-Filing ออนไลน์ได้
ระบบ New e-Filing รองรับไฟล์ที่ใช้ในการ upload เพื่อยื่นแบบออนไลน์ 2 นามสกุลเท่านั้น คือ

1. นามสกุล .rdxได้จากการบันทึกหรือโอนย้ายข้อมูลด้วยโปรแกรม RD Prep

2. นามสกุล .xml ได้จากโปรแกรมทำบัญชีทั่วไปซึ่งสามารถพัฒนาโปรแกรมให้สามารถ export ไฟล์ได้
ตามข้อกำหนดทางเทคนิคที่กรมสรรพากรประกาศ (ขณะนี้ยังไม่ได้ประกาศ)
** ไฟล์ .txt จะไม่สามารถนำมา upload ได้
ไม่สามารถนำไฟล์ที่ได้จากโปรแกรมใบแนบเดิมมายื่นแบบในระบบ New e-Filing ได้
แต่สามารถนำไฟล์มาแปลงที่โปรแกรม RD Prep ให้เป็นนามสกุล .rdx ก่อนนำไป upload
เพื่อยื่นแบบในระบบ New e-filing ได้
จะมี Pop Up แจ้งเตือนให้อัปเดตตอนเปิดโปรแกรม RD Prep ในขณะที่คอมพิวเตอร์นั้น Online อยู่
โดยโปรแกรมจะตรวจสอบการอัปเดตอัตโนมัติเมื่อมีการปรับปรุงเวอร์ชั่นของโปรแกรม
ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสามารถเลือกจัดทำใบแนบได้ 2 ลักษณะ คือ

1. กรอกข้อมูลใบแนบบนออนไลน์ได้เลยซึ่งสามารถ save ข้อมูลเก็บไว้ได้หากกรอกข้อมูลไม่เสร็จ

2. ใช้โปรแกรม RD Prep ในการบันทึกหรือโอนย้ายข้อมูลซึ่งจะคล้ายระบบเดิมที่ต้อง
ดาวน์โหลดโปรแกรม RD Prep มาติดตั้งเพื่อใช้งานเมื่อบันทึกหรือโอนย้ายข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
จะได้ไฟล์นามสกุล .rdx นำไป upload บนออนไลน์
สามารถเรียกข้อมูลมาแก้ไขและใช้ในเดือนถัดไปได้ โดยไม่ต้องบันทึกข้อมูลใหม่
ขึ้นอยู่กับค่ายของ Firewall ที่แจ้งเตือน ขอให้เลือก อนุญาต ให้ติดตั้งโปรแกรม

สมัครใช้บริการ

ให้สมัครใช้บริการ โดยในขั้นตอนความประสงค์ในการลงทะเบียน ให้เลือก “ยื่นแบบภาษีเงินได้ทุกประเภทตามสิทธิ์” เมื่อสมัครผ่านระบบเรียบร้อยให้ยื่นเอกสาร ภ.อ.01 เพื่อยืนยันตัวตนต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขออนุมัติการลงทะเบียน เมื่อเจ้าหน้าที่อนุมัติแล้ว ก็สามารถเข้าสู่ระบบเพื่อยื่นแบบ ภ.พ.30 ผ่านอินเทอร์เน็ตในระบบ New e-Filing ได้
กรณีบุคคลธรรมดาประสงค์ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และไม่ได้เป็นผู้ประกอบกิจการ ในการสมัครใช้บริการ ขั้นตอนการแสดงความประสงค์ลงทะเบียนเพื่อ ให้เลือกยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในกรณีท่านประกอบกิจการและต้องมีการยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย จึงจะเลือก ยื่นแบบภาษีอื่นๆ จากการประกอบกิจการ ซึ่งในการสมัครสมาชิกของผู้ประกอบการ จะต้องมีการยื่นเอกสารของผู้ประกอบการในการยืนยันตัวตนส่งทางอีเมล์ หรือ สำนักงานสรรพากรพื้นที่
ให้สมัครใช้บริการ โดยในขั้นตอนความประสงค์ในการลงทะเบียน ให้เลือก “ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” และเมื่อลงทะเบียนสำเร็จ ผู้เสียภาษีจะสามารถเข้าใช้งานระบบด้วย Username และ Password ที่ตั้งขึ้นได้ทันที
เมื่อเข้าสู่ระบบ New e-Filing ให้คลิก เข้าสู่ระบบ กรอกหมายเลขผู้ใช้ และรหัสผ่าน คลิก เข้าสู่ระบบ ให้เลือกเมนู ข้อมูลผู้เสียภาษี คลิก ขอเป็นตัวแทนชำระ ให้กรอก รหัสผ่าน และ ยืนยันรหัสผ่าน คลิก ยืนยัน จะปรากฏหน้าต่าง Popup ยืนยันการเปิดใช้งานตัวแทนชำระ รหัสตัวแทนชำระมีจำนวน 10 ตัวอักษรขึ้นต้นด้วย PA และตัวเลขดังตัวอย่าง PA00000000 แล้วคลิก ตกลง เมื่อได้รหัสตัวแทนชำระแล้ว ให้แจ้งรหัสตัวแทนชำระและรหัสผ่านของตัวแทนชำระให้กับลูกค้าหรือสาขาของท่านทราบ เพื่อให้ลูกค้าหรือสาขาของท่าน นำข้อมูลที่ได้รับ ไปกรอกในขั้นตอนการชำระภาษี

สามารถศึกษาจากวิดีโอแนะนำ PA_1_การขอเป็นตัวแทนชำระ_(Payment_Agent_PA.mp4)

การยืนยันตัวตนผ่าน NDID

NDID หรือระบบ National Digital ID (www.ndid.co.th) คือ โครงสร้างพื้นฐานในการพิสูจน์ และยืนยันตัวตน ทางดิจิทัลของประเทศไทยเชื่อมโยงหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับกระบวนการทำธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีมาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือ สร้างความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยการพิสูจน์และยืนยันตัวตนใช้ระบบ Blockchain โดยมีธนาคารพาณิชย์ เป็นผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ผ่านโมบายแอปพลิเคชันของธนาคาร
ผู้ใช้บริการต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

1. มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารที่ท่านเลือก

2. เคยใช้บัตรประชาชนผ่านเครื่องอ่านบัตรของธนาคารที่ท่านเลือกแล้ว (ที่สาขาหรือตู้ ATM โปรดตรวจสอบกับธนาคารที่ท่านเลือก)

3. มีโมบายแอปพลิเคชันของธนาคารที่ท่านเลือก และพร้อมใช้งาน

4. เคยถ่ายรูปแบบเปรียบเทียบใบหน้าบนโมบายแอปพลิเคชัน หรือเคยถ่ายรูปที่สาขา หรือตู้ ATM ของธนาคารที่เลือก (โปรดตรวจสอบกับธนาคารที่ท่านเลือก)

หลังจากท่านใส่หมายเลขบัตรประชาชนและยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการแล้ว ระบบจะแสดงรายชื่อธนาคาร ที่ท่านได้เคยลงทะเบียน โดยท่านสามารถเลือกใช้บริการยืนยันตัวตนได้ทันที หากท่านยังไม่เคยลงทะเบียน ระบบจะแสดงรายชื่อธนาคารที่สามารถนำท่านเข้าสู่ขั้นตอนการลงทะเบียนตามเงื่อนไขการใช้บริการของแต่ละธนาคารก่อน และทำการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนในลำดับถัดมา

กรมสรรพากรได้เพิ่มการยืนยันตัวตนทางดิจิทัลผ่าน NDID เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการยืนยันตัวตน เพื่อทำธุรกรรมออนไลน์บนเวปไซต์กรมสรรพากร ในบริการ e-Filing
1. เป็น “ทางเลือก” ให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลา

2. ยกระดับการทำธุรกรรมออนไลน์ให้มีความน่าเชื่อถือ และมีความปลอดภัยสูงขึ้น

3. สร้างความมั่นใจว่าผู้ใช้บริการธุรกรรมออนไลน์บนเวปไซต์กรมสรรพากรเป็นบุคคลนั้น ๆ ผ่านการยืนยันตัวตนทางดิจิทัลจากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัล บน Platform NDID

4. ผู้ใช้บริการสามารถต่อยอดการยืนยันตัวตนไปถึงการใช้บริการอื่น ๆ ที่จะมีขึ้นในอนาคต
NDID เป็น Platform กลางที่เชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เมื่อผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลให้ความยินยอม (Consent) โดยจะไม่มีการเก็บข้อมูลของใช้บริการไว้ที่ Platform NDID แต่ข้อมูล จะเก็บแบบกระจายศูนย์ภายใต้ธนาคารที่ให้บริการ
1. ธนาคารให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคล โดยการเก็บรวบรวมการใช้ และการเปิดเผยข้อมูลจะต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้ใช้บริการและเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

2. ธนาคารมีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่แน่นหนารัดกุม และจำกัดการเข้าถึงเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลเท่านั้น
ปัจจุบัน (ม.ค.65) มีธนาคารให้บริการจำนวน 10 ธนาคาร ดังนี้ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์
ระบบจะแสดงรายชื่อธนาคารที่ผู้ใช้บริการได้ลงทะเบียน NDID ไว้แล้ว และสามารถใช้บริการยืนยันตัวตนได้ทันที แต่หากยังไม่มีการลงทะเบียน ระบบจะแสดงรายชื่อธนาคารที่ต้องไปทำการลงทะเบียนตามเงื่อนไขและขั้นตอนของ แต่ละธนาคารก่อน
ผู้ใช้บริการธุรกรรมออนไลน์ผ่านเวปไซต์กรมสรรพากรไม่มีค่าใช้จ่ายในการยืนยันตัวตนผ่านแพลตฟอร์ม NDID
1. ผู้ใช้บริการสามารถลงทะเบียนได้ที่แอปพลิเคชันของธนาคาร หรือสาขา หรือช่องทางอื่นๆ ตามที่ธนาคารกำหนด

2. ผู้ใช้บริการต้องผ่านการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ด้วยการตรวจสอบสถานะบัตรประชาชนกับกรมการปกครองแบบออนไลน์ (DOPA Online) หรือตรวจสอบสถานะหนังสือเดินทางกับกรมการกงสุล พร้อมทั้งถ่ายภาพ และยืนยันตัวตนด้วยเทคโนโลยีจดจำใบหน้า (Facial Recognition) กับธนาคารแล้ว
สามารถติดต่อกับธนาคารที่ใช้บริการให้ดำเนินการยกเลิกการใช้บริการยืนยันตัวตนได้ตามต้องการ

ธนาคารที่ให้บริการ NDID

ธนาคาร        Call Center
ธ.กรุงศรีอยุธยา
ธ.กรุงเทพ
ธ.กสิกรไทย
ธ.กรุงไทย
ธ.เกียรตินาคินภัทร
ธ.ซีไอเอ็มบีไทย
ธ.ทหารไทยธนชาต
ธ.ออมสิน
ธ.อาคารสงเคราะห์
       1572
1333 หรือ 02 645 5555
02 888 8888
02 111 1111
02 165 5555
02 626 7777
1428
1143
02 645 9000

เข้าสู่ระบบ

ไม่ต้องสร้างหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่ ผู้เสียภาษีสามารถนำหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านที่ได้รับเมื่อยืนยันบัญชีผู้ใช้งานในวันดังกล่าว สามารถใช้งานในระบบ New e-Filing ได้ทันที
ชื่อผู้ใช้งานใหม่
สำหรับผู้ที่ไม่มีสาขา หรือลงทะเบียนด้วยสาขาสำนักงานใหญ่ จะเปลี่ยนเป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก ของท่าน
และสำหรับท่านที่ลงทะเบียนเป็นแบบรายสาขาไว้ ชื่อผู้ใช้งาน จะเปลี่ยนเป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษี อากร 13 หลัก + ประเภทสาขา(VAT/SBT) + เลขที่สาขา (5หลัก)

ประเภทสาขา(VAT/SBT) คือ

1 = ลงทะเบียนด้วยสาขา vat

2 = ลงทะเบียนด้วยสาขา sbt

3 = ลงทะเบียนด้วยสาขา vat และ sbt

ตัวอย่างระบบปัจจุบันลงทะเบียนด้วย vat สาขา 1
ชื่อผู้ใช้งานใหม่ เป็น 0xxxx28000127100001
ต้องลงทะเบียนสมัครใหม่ในระบบ New e-Filing ได้ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. 64
เข้าระบบ New e-Filing และสร้างหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่
เลือก เข้าสู่ระบบ ด้วยหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านเดิม และดำเนินการตามขั้นตอน

1) เข้าสู่ระบบ

2) กรอก Username และ Password เดิม ที่ใช้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีที่เป็นรายเดือน
(กรณีบุคคลธรรมดาที่มี 2 User. ให้ใช้ User ที่ใช้ยื่นแบบรายเดือน ระบบจะรวม User ให้เป็น User เดียว)

3) เปลี่ยน e-mail address ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้กรมสรรพากรใช้ในการติดต่อ

4) คลิกขอรหัส เพื่อรับ OTP (ระบบส่ง OTP ให้ทาง e-mail ตามข้อ 3)

5) นำ OTP มากรอกที่หน้าจอ

6) กำหนดรหัสผ่าน

7) สร้างหมายเลขผู้ใช้สำเร็จ

** ไม่ต้องส่งเอกสารใด ๆ ให้กรมสรรพากร
ในขั้นตอนการระบุ e-mail address ระบบจะแสดง e-mail address ตามที่ท่านได้แจ้งไว้ใน ภ.อ.01 หรือ ภ.อ.03 ก่อนซึ่งท่านสามารถแก้ไข e-mail address ให้เป็นปัจจุบันได้ และกรมสรรพากรจะใช้ e-mail address นี้เป็นช่องทางในการติดต่อแจ้งข่าวสาร
เมื่อได้สร้างหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่เรียบร้อยแล้ว หมายเลขผู้ใช้นั้นจะเป็นผู้ใช้งานในระดับ Super Admin ที่สามารถสร้าง Admin และ User ได้
1. กรณีบุคคลธรรมดา จด VAT ขอให้ใช้หมายเลขผู้ใช้ 14 หลักเดิมในการ เข้าสู่ระบบเพื่อให้เห็นแบบ ภาษี ภ.พ. 30

2. เพื่อให้เห็นรายการแบบภาษีที่ท่านสามารถยื่นได้ทั้งหมด เมื่อทำการ เข้าสู่ระบบด้วยหมายเลขผู้ใช้ 14 หลัก ขอให้ท่าน ดำเนินการสร้างหมายเลขผู้ใช้ใหม่ทันที และระบุหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก เพื่อยืนยันตัวตน

3. เมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว เข้าสู่ระบบอีกครั้งด้วยหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 และ Password ที่ระบุใหม่
ในการสร้างหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่ ระบบจะนำ e-mail address เดิมมาแสดงให้โดยอัตโนมัติ หากผู้เสียภาษีต้องการเปลี่ยนแปลง e-mail address ให้เป็นปัจจุบัน สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทันทีโดยไม่ต้องนำส่งเอกสารใดๆ ให้กรมสรรพากร
กรณีผู้เสียภาษีเป็นบุคคล
- หมายเลขผู้ใช้ เป็นเลข 13 หลัก (บัตรประจำตัวประชาชน/เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร) รหัสผ่านผู้เสียภาษีกำหนดเอง

กรณีผู้เสียภาษีเป็นนิติบุคคลและเป็นสำนักงานใหญ่
- หมายเลขผู้ใช้ เป็นเลขทะเบียนนิติบุคคล (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (กรมสรรพากร) รหัสผ่านผู้เสียภาษีกำหนดเอง

กรณีผู้เสียภาษีเป็นนิติบุคคลและเป็นสำนักงานสาขา (จด VAT/SBT)
- หมายเลขผู้ใช้ เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก + ประเภทสาขา (Vat/SBT) + เลขที่สาขา (5 หลัก)

ประเภทสาขา (VAT/SBT)

1 = ลงทะเบียนด้วยสาขา VAT

2 = ลงทะเบียนด้วยสาขา SBT

3 = ลงทะเบียนด้วยสาขา VAT และ SBT

รหัสผ่านผู้เสียภาษีกำหนดเอง โดยการตั้งรหัสผ่านต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้

1) รหัสผ่านต้องมีความยาวอย่างน้อย 8 ตัวอักษรและไม่เกิน 16 ตัวอักษร

2) รหัสผ่านต้องใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ (a-z,A-Z) และ ตัวเลข (0-9)

3) รหัสผ่านต้องมีตัวเลข (0-9) อย่างน้อย 1 ตัวอักษร

4) รหัสผ่านต้องมีตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่ (A-Z) อย่างน้อย 1 ตัวอักษร และมีตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์เล็ก (a-z) อย่างน้อย 1 ตัวอักษร

5) ต้องไม่ใช้คำว่า “password”

6) ต้องไม่เหมือนหรือคล้ายกับชื่อผู้ใช้

จัดการบัญชีสมาชิก

ที่หน้า Login ให้เลือก “ลืมรหัสผ่าน” จากนั้นสามารถเลือกยืนยันตัวตนได้ 3 วิธี คือ

1) ยืนยันตัวตนด้วยเบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมลที่ได้ลงทะเบียนไว้ โดยระบบจะส่งหมายเลข OTP ไปยังเบอร์โทรที่ได้ลงทะเบียนไว้ ให้ท่านกรอกเลข OTP ที่ได้รับ หากถูกต้อง ระบบจะเปิดให้กำหนด รหัสผ่านใหม่

2) ยืนยันตัวตนด้วยคำถามคำตอบที่ได้เลือกไว้ตอนลงทะเบียน หากถูกต้อง ระบบจะเปิดให้กำหนด รหัสผ่านใหม่

3) ยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลผู้เสียภาษี โดยกรอกข้อมูลของท่าน หากถูกต้อง ระบบจะเปิดให้กำหนด รหัสผ่านใหม่
หน้า Login ให้เลือก “ลืมรหัสผ่าน” จากนั้นในหน้าจอยืนยันตัวตนด้วยอีเมล ให้คลิกปุ่ม “เลือกเส้นทางอื่น” จากนั้นระบุอีเมลใหม่ ระบบจะส่งหมายเลข OTP ไปยังอีเมลที่ท่านระบุไว้ ให้กรอกเลข OTP ที่ได้รับ จากนั้นระบบจะให้ยืนยันความประสงค์ขอแจ้งเปลี่ยนรหัสผ่านพร้อมเปลี่ยนอีเมล เมื่อยื่นคำขอในระบบสำเร็จ ให้ท่านยื่นเอกสารยืนยันตัวตนผ่าน 2 ช่องทางคือ

1) นำส่งเอกสาร ภอ.03 พร้อมเอกสารประกอบ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่

2) อัพโหลดเอกสาร ภอ.03 ที่ลงลายมือชื่อดิจิทัล มายังlink ที่แจ้งไว้ในอีเมล

ยื่นแบบ

กรณีเกินกำหนดเวลาต้องดำเนินการยื่นแบบที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ เนื่องจากระบบยังไม่ได้เปิดให้บริการยื่นแบบเกินกำหนดเวลา
สามารถพิมพ์ได้ที่ปุ่ม "พิมพ์แบบเพื่อตรวจสอบ" ซึ่งสามารถพิมพ์ได้หลังจากทำการยื่นแบบแล้ว ทั้งนี้โปรแกรมจะแสดงปุ่ม "พิมพ์แบบเพื่อตรวจสอบ" ขึ้นมาให้ที่หน้าสรุปการยื่นแบบก่อนที่จะทำการชำระเงิน ซึ่งจะสามารถพิมพ์ใบแนบที่ไม่มีลายน้ำได้ที่ปุ่มนี้เท่านั้น
สามารถยกเลิกได้ภายในวันที่ยื่นแบบ (ไม่เกินเที่ยงคืน) หากเกินเที่ยงคืนไปแล้วจะไม่สามารถยกเลิกการยื่นแบบได้ แต่สามารถรอให้หมดระยะการชำระภาษี แล้วจึงมายกเลิกเพื่อยื่นแบบใหม่ได้
ถ้าวันสุดท้ายที่ครบเดือนตรงกับวันหยุด ระบบจะถือวันทําการถัดไป เป็นวันสุดท้ายของวันครบกำหนดเวลาการยื่นแบบของเดือนภาษีนั้น ถึงแม้วันทําการถัดไปจะเกินเดือนภาษีแล้วก็ตาม
ดำเนินการขอเพิ่มสิทธิการใช้บริการในระบบ โดยเข้าระบบและกดที่ชื่อผู้ใช้งาน > ข้อมูลผู้เสียภาษีส่วนปรับปรุงข้อมูลผู้ใช้งาน ขอเพิ่มสิทธิการใช้บริการ กดปุ่ม สร้างคำขอ เมื่อยืนยันขอเพิ่มสิทธิ เรียบร้อย ระบบจะส่งอีเมลยืนยันการสร้างคำขอพร้อมเอกสารแนบให้ท่านตามอีเมลที่ท่านบันทึกไว้ให้ยื่นเอกสารเพื่อยืนยันตัวตน (นำส่งเอกสาร ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือ upload เอกสารที่ลงลายมือในรูปแบบไฟล์.PDF ที่ e-mail address ของ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่ภูมิลำเนาของสถานประกอบการตั้งอยู่ ส่งหรือ upload เอกสารที่ลงลายมือชื่อดิจิทัล)
ระบบ New e-Filing จะระบุครั้งที่ยื่นแบบเพิ่มเติมให้อัตโนมัติ แต่ผู้เสียภาษีสามารถแก้ไขเลขครั้งที่ยื่นเพิ่มเติมได้โดยต้องไม่ซ้ำกับครั้งที่มีอยู่ในระบบ
สามารถพิมพ์ได้ทั้งใบหน้าและใบแนบ หลังจาก ที่ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว โดยพิมพ์ได้ที่เมนูตรวจสอบผลการยื่นแบบ
ข้อจำกัดของการพิมพ์ใบแนบกรณีมีใบแนบเกิน 100 หน้า ระบบจะ export ออกมาเป็นไฟล์ .csv แทน
เมื่อกด เข้าสู่ระบบ แล้ว Login เข้าใช้งานระบบ New e-Filing ให้เข้าไปดูที่เมนู "ตรวจสอบผลการยื่นแบบ"
ผู้เสียภาษีไม่สามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ของปีภาษี 2563 ในระบบ New e-Filing ณ ปัจจุบันได้ ต้องยื่นแบบที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา
แก้ไขได้ ซึ่งระบบจะแจ้งเตือนว่า “การคำนวณภาษีขายไม่เท่ากับ 7% โปรดตรวจสอบ” และ/หรือ "การคำนวณภาษีซื้อไม่เท่ากับ 7% โปรดตรวจสอบ"
เนื่องจากระบบ New e-Filing ไม่ได้นำข้อมูลเครดิตภาษีมูลค่าเพิ่มของเดือนภาษีสิงหาคม 2564 หากผู้เสียภาษีกรอกยอดภาษีชำระเกินยกมา ระบุข้อมูลตรงตามที่เคยยื่นไว้แล้ว ให้กด ใช่ เพื่อยืนยันได้เลย
ไม่สามารถทำได้ ต้องยื่นฉบับเพิ่มเติมเป็นขอคืนภาษีเป็นเงินสดหรือขอโอนเข้าบัญชีธนาคาร
กรณียื่นแบบ ภ.พ.30 รวมกัน ผู้เสียภาษีสามารถบันทึกใบแนบ ภ.พ.30 บนออนไลน์ได้ โดยระบบจะมีปุ่มให้เพิ่มข้อมูลของสาขา ใบแนบเข้ามาซึ่งหน้าการกรอกแบบออนไลน์จะเป็นแบบเดียวกับการยื่นแบบฉบับปกติ หรือจะบันทึกข้อมูลใบแนบ ภ.พ.30 ผ่านโปรแกรม RD Prep แล้วนำไฟล์ .rdx upload ที่หน้ายื่นแบบออนไลน์ได้
ผู้เสียภาษีสามารถยกเลิกแบบได้ก่อนปิดระบบสิ้นวัน

เงื่อนไข

1) ต้องเป็นแบบที่ไม่มีภาษีชำระหรือแบบขอคืน และ

2) ยังไม่ได้เข้าพิมพ์แบบแสดงรายการและใบเสร็จรับเงิน
ผู้เสียภาษีสามารถยื่นแบบแสดงรายการผ่านออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีภาษีชำระต้องชำระ ต้องชำระภายในกำหนดเวลาของหน่วยรับชำระภาษีนั้น ๆ
ในระบบ New e-Filing แบบฉบับปกติสามารถยื่นยอดขายและยอดซื้อติดลบได้
การยื่นแบบฯ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.2, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53, ภ.ง.ด.1ก, ภ.ง.ด.2ก, ภ.ง.ด.3ก บนหน้าจอระบบ Efiling ผู้ยื่นแบบฯ สามารถบันทึก และแก้ไขข้อมูลใบแนบ ได้สูงสุด 1,000 รายการ
กรณีมีใบแนบมากกว่า 1,000 รายการ ผู้ยื่นแบบฯ จะต้องทำการสร้างไฟล์ข้อมูล (.rdx) ด้วยวิธีการโอนย้ายข้อมูล โดยโปรแกรมจัดเตรียมข้อมูลเพื่อการยื่นแบบ (RD Prep) แล้วจึงนำไฟล์ข้อมูล (.rdx) ที่ได้ มาทำการ
อัปโหลด และยื่นแบบฯ บนระบบ Efiling

ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ทำการ Log in เข้าสู่ระบบยื่นแบบออนไลน์ คลิกที่ชื่อผู้เสียภาษี (มุมขวาบน) > ข้อมูลผู้เสียภาษี > กดปุ่ม แก้ไข ที่แถบข้อมูลผู้เสียภาษี
ขั้นตอนการลงทะเบียนใช้งานระบบ New e-Filing ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th > E-FILING ยื่นแบบทุกประเภท > สมัครสมาชิก มีขั้นตอนดังนี้

ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา        ยื่นแบบภาษีเงินได้ทุกประเภทตามสิทธิ์
1. ระบุเลขประจำตัวประชาชน/เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลือก Captcha (ฉันไม่ใช่โปรแกรมอัตโนมัติ)
2. เลือก ประสงค์ลงทะเบียนเพื่อ “ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” ระบุ ข้อมูลผู้เสียภาษี
3. ระบุ ยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP (One Time Password) ทางหมายเลขโทรศัพท์หรืออีเมล
4. กำหนดรหัสผ่าน/ยืนยันรหัสผ่าน เลือกคำถาม/คำตอบ จำนวน 3 ข้อ เพื่อใช้ในกรณีที่ลืมรหัสผ่าน
5. อ่านและยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข/ยืนยันการลงทะเบียน
6. เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้งาน (Username) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้ตั้งไว้
       1. ระบุเลขประจำตัวประชาชน/เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลือก Captcha (ฉันไม่ใช่โปรแกรมอัตโนมัติ)
2. เลือก ประสงค์ลงทะเบียนเพื่อ “ยื่นแบบภาษีเงินได้ทุกประเภทตามสิทธิ์” ระบุ/ตรวจสอบ ข้อมูลผู้เสียภาษี
***กรณีเป็นผู้ประกอบการที่มีสาขา สามารถเลือกได้ว่า จะลงทะเบียนแบบ “ในระดับผู้ประกอบการ (รวมทุกสาขา)” หรือลงทะเบียนแบบ “ในระดับสาขา (เฉพาะสาขา)” ก็สามารถทำได้
3. ระบุ ยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP (One Time Password) ทางอีเมล อ่านและยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข/ยืนยันการลงทะเบียน
4. ยื่นเอกสารยืนยันตัวตนได้ 2 ช่องทาง
    (1) สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือ กองบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ (ชั้น 27) กรมสรรพากร
    (2) อัปโหลดเอกสารที่ลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature)
***ภายใน 30 วันหลังลงทะเบียนบนเว็บไซต์
5. ตรวจสอบผลการยื่นคำขอได้บนเว็บไซต์แจ้งผลการอนุมัติทางอีเมลที่ได้ลงทะเบียนไว้
6. ได้รับแจ้งผลการอนุมัติและชื่อผู้ใช้งาน (Username) ทางอีเมล พร้อมลิงก์สำหรับตั้งรหัสผ่าน (Password) เพื่อเข้าใช้งานระบบ

ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นการลงทะเบียนเพื่อขอยื่นแบบภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดา ประกอบด้วย ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91, ภ.ง.ด.94, ภ.ง.ด.95 และแบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน (เฉพาะ อ.ส.4 และ อ.ส.9) เมื่อผู้เสียภาษีลงทะเบียนผ่านหน้าเว็บไซต์สำเร็จ สามารถใช้ชื่อผู้ใช้งาน (User Name) และรหัสผ่าน (Password) เข้าใช้งานระบบได้ทันที

ยื่นแบบภาษีเงินได้ทุกประเภทตามสิทธิ์ เป็นการลงทะเบียนเพื่อขอยื่นแบบภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดา ภาษีหัก ณ ที่จ่าย รวมถึงแบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน และหากผู้เสียภาษีเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มหรือธุรกิจเฉพาะ จะได้รับสิทธิ์ในการยื่นแบบภาษีนั้นๆ โดยอัตโนมัติโดยผู้เสียภาษีต้องยื่นเอกสารในการยืนยันตัวตนต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขออนุมัติการลงทะเบียนก่อน
สามารถขอรหัสผ่านใหม่ด้วยวิธียืนยันตัวตนข้อมูลผู้เสียภาษี ได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th > E-FILING ยื่นแบบทุกประเภท > คลิกปุ่ม ยื่นแบบออนไลน์ หรือเข้าสู่ระบบ > ระบบจะแสดงหน้าจอ Login ให้ คลิก ลืมรหัสผ่าน > ระบุเลขประจำตัวประชาชน/เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร > ทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่อง ☐ ฉันไม่ใช่โปรแกรมอัตโนมัติ > คลิกปุ่ม ถัดไป > เลือกเส้นทางอื่น จนพบหน้าจอข้อมูลผู้เสียภาษี > กรอกข้อมูลส่วนบุคคลให้ครบถ้วน ระบุเลขควบคุมหลังบัตรประจำตัวประชาชน (Laser ID) > คลิกปุ่ม ถัดไป > ทำการกรอกรหัสผ่านใหม่และยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง แล้วคลิก “บันทึกรหัสผ่าน” ระบบจะแสดงข้อความ “กำหนดรหัสผ่านใหม่สำเร็จแล้ว”
ทำการ Log in เข้าสู่ระบบยื่นแบบออนไลน์ คลิกที่ชื่อผู้เสียภาษี (มุมขวาบน) > ข้อมูลผู้เสียภาษี > ข้อมูลเพื่อการติดต่อ กดปุ่ม แก้ไข ทำการกรอกเบอร์โทรศัพท์เดิม และเบอร์โทรศัพท์ใหม่
ลงทะเบียนยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่ต้องแนบเอกสาร แต่หากต้องการลงทะเบียนยื่นแบบภาษีเงินได้ทุกประเภทตามสิทธิ์ ต้องนำส่งเอกสารและมีช่องทางการส่งเอกสาร ดังนี้

1. เอกสาร ภ.อ.01 และเอกสารข้อตกลงในการใช้งานระบบที่ได้รับจากอีเมล พร้อมลงลายมือชื่อ

2. บัตรประจำตัวประจำตัวประชาชน/ใบสำคัญคนต่างด้าว/หนังสือเดินทาง หรือสำเนาพร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง

หากมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำการแทน ต้องจัดทำหนังสือมอบอำนาจ (ปิดอากรแสตมป์ 10 บาท) และแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/ใบสำคัญคนต่างด้าว/หนังสือเดินทาง ของผู้มอบอำนาจ และบัตรประจำตัวประชาชน/ใบสำคัญคนต่างด้าว/หนังสือเดินทาง ของผู้รับมอบอำนาจ หรือสำเนาพร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง

สามารถยื่นเอกสารยืนยันตัวตนภายใน 30 วันหลังลงทะเบียนบนเว็บไซต์ ได้ 3 ช่องทาง คือ

1. นำส่งด้วยตนเอง ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือ ห้องบริการข้อมูลข่าวสารกองบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ ณ อาคารจอดรถและสวัสดิการกรมสรรพากร ชั้น 1 ใกล้กับ 7-Eleven

2. นำส่งเอกสารทางอีเมล โดยการสแกนเอกสารรูปแบบไฟล์ PDF ส่งทางอีเมล และต้องใช้อีเมลที่ได้ลงทะเบียนไว้ แล้วส่งถึงหน่วยงาน ......@rd.go.th (ตามที่ระบุในอีเมล)

3. นำส่งเอกสารด้วยการอัปโหลดไฟล์เอกสาร ภ.อ.01 และเอกสารข้อตกลงการใช้งานระบบที่ได้รับจากอีเมลเท่านั้น พร้อมลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์จากหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดเอกสารได้ที่อีเมลที่ได้รับ โดยกดลิงค์ “อัปโหลดไฟล์ที่นี่”

หลังจากนำส่งเอกสารแล้ว ตรวจสอบผลการยื่นคำขอได้จากอีเมล หรือเมนูสมัครสมาชิก เลือก ตรวจสอบผลการยื่นคำขอ เมื่อได้รับอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ระบบจะส่งอีเมลพร้อมกับชื่อผู้ใช้งาน (User Name) และลิงก์เพื่อกำหนดรหัสผ่าน

หมายเหตุ กรณีไม่ได้นำส่งเอกสารภายใน 30 วัน จะไม่สามารถใช้งานคำขอได้ ต้องดำเนินการยื่นคำขอใหม่
ผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนเพื่อยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประสงค์จะยื่นแบบภาษีเงินได้ทุกประเภท ให้ Log in เข้าสู่ระบบยื่นแบบออนไลน์ คลิกที่ชื่อผู้เสียภาษี (มุมขวาบน) > ข้อมูลผู้เสียภาษี > ปรับปรุงข้อมูลผู้ใช้งาน ขอเพิ่มสิทธิ์การใช้บริการ หลังจากนั้นระบบดำเนินการส่งเอกสาร ภ.อ.01 และข้อตกลงในการใช้งานระบบฯ ทางอีเมล พร้อมแนบเอกสารประกอบ ดังนี้

1. เอกสาร ภ.อ.01 และเอกสารข้อตกลงในการใช้งานระบบที่ได้รับจากอีเมล พร้อมลงลายมือชื่อ

2. บัตรประจำตัวประจำตัวประชาชน/ใบสำคัญคนต่างด้าว/หนังสือเดินทาง หรือสำเนาพร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง

หากมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำการแทน ต้องจัดทำหนังสือมอบอำนาจ (ปิดอากรแสตมป์ 10 บาท) และแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/ใบสำคัญคนต่างด้าว/หนังสือเดินทาง ของผู้มอบอำนาจ และบัตรประจำตัวประชาชน/ใบสำคัญคนต่างด้าว/หนังสือเดินทาง ของผู้รับมอบอำนาจ หรือสำเนาพร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง

สามารถยื่นเอกสารยืนยันตัวตนภายใน 30 วันหลังลงทะเบียนบนเว็บไซต์ ได้ 3 ช่องทาง คือ

1. นำส่งด้วยตนเอง ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือ ห้องบริการข้อมูลข่าวสารกองบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ ณ อาคารจอดรถและสวัสดิการกรมสรรพากร ชั้น 1 ใกล้กับ 7-Eleven

2. นำส่งเอกสารทางอีเมล โดยการสแกนเอกสารรูปแบบไฟล์ PDF ส่งทางอีเมล และต้องใช้อีเมลที่ได้ลงทะเบียนไว้ แล้วส่งถึงหน่วยงาน ......@rd.go.th (ตามที่ระบุในอีเมล)

3. นำส่งเอกสารด้วยการอัปโหลดไฟล์เอกสาร ภ.อ.01 และเอกสารข้อตกลงการใช้งานระบบที่ได้รับจากอีเมลเท่านั้น พร้อมลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์จากหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดเอกสารได้ที่อีเมลที่ได้รับ โดยกดลิงค์ “อัปโหลดไฟล์ที่นี่”

หลังจากนำส่งเอกสารแล้ว ตรวจสอบผลการยื่นคำขอได้จากอีเมล หรือเมนูสมัครสมาชิก เลือก ตรวจสอบผลการยื่นคำขอ เมื่อได้รับอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ระบบจะส่งอีเมลพร้อมกับชื่อผู้ใช้งาน (User Name) และลิงก์เพื่อกำหนดรหัสผ่าน

หมายเหตุ กรณีไม่ได้นำส่งเอกสารภายใน 30 วัน จะไม่สามารถใช้งานคำขอได้ ต้องดำเนินการยื่นคำขอใหม่
กรณีได้รับอนุมัติการลงทะเบียนแล้ว ระบบจะส่งลิงก์ให้ตั้งรหัสผ่านทางอีเมล กรณีไม่พบลิงก์จากระบบในกล่องข้อความ ให้ลองตรวจสอบที่เมนูถังขยะ (Junk Mail) หากตรวจสอบแล้วไม่พบข้อมูลสามารถขอรับอีเมล แจ้งผลใหม่ได้ โดยเข้าที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th > E-FILING ยื่นแบบทุกประเภท > สมัครสมาชิก > ตรวจสอบผลการยื่นคำขอ > ระบุหมายเลขอ้างอิงการยื่นคำขอ หรือ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร > กดปุ่ม ขอรับอีเมลแจ้งผล ระบบจะส่งอีเมลให้ตั้งรหัสผ่านใหม่ทันที
เมื่ออยู่หน้าจอกรอกค่าลดหย่อน ให้ผู้มีเงินได้ คลิกคำว่า ระบุข้อมูล ของรายการลดหย่อน แล้วทำเครื่องหมาย ✓ลงในช่อง ☐ ตามรายการที่ต้องการใช้สิทธิ์
การลงลายมือชื่อผ่านใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ต้องใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Certificate) ที่ออกจาก ผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Certification Authority : CA) ที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งอยู่ภายใต้การรับรองของผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (Thailand National Root Certification Authority : Thailand NRCA) ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปัจจุบันมี 2 บริษัท คือ

1. บริษัท ไทยดิจิทัล ไอดี จำกัด โทร. 02-029-0290 กด 4
2. บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-257-7111
สามารถขอรหัสผ่านใหม่ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th > E-FILING ยื่นแบบทุกประเภท > คลิกปุ่ม ยื่นแบบออนไลน์ หรือเข้าสู่ระบบ > ระบบจะแสดงหน้าจอ Log in ให้ คลิก ลืมรหัสผ่าน > ระบุเลขประจำตัวประชาชน/เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร > ทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่อง ☐ ฉันไม่ใช่โปรแกรมอัตโนมัติ > คลิกปุ่ม ถัดไป และดำเนินการตามขั้นตอนวิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้

1. ยืนยันตัวตนด้วยเบอร์โทรศัพท์ คลิกปุ่ม ขอรหัส โดยระบบจะทำการจัดส่งรหัส OTP ไปยังเบอร์โทรศัพท์มือถือ ให้ผู้ใช้งานระบุรหัส OTP ที่ได้รับ ภายใน 5 นาที > คลิกปุ่ม ถัดไป > ทำการกรอกรหัสผ่านใหม่และยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง แล้วคลิก “บันทึกรหัสผ่าน” ระบบจะแสดงข้อความ “กำหนดรหัสผ่านใหม่สำเร็จแล้ว”

2. ยืนยันตัวตนด้วยอีเมล คลิกปุ่ม เลือกเส้นทางอื่น จะพบหน้าจอยืนยันตัวตนด้วยอีเมล คลิกปุ่ม ขอรหัส โดยระบบจะทำการจัดส่งรหัส OTP ไปยังอีเมล ให้ผู้ใช้งานระบุรหัส OTP ที่ได้รับ ภายใน 5 นาที > คลิกปุ่ม ถัดไป > ทำการกรอกรหัสผ่านใหม่และยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง แล้วคลิก “บันทึกรหัสผ่าน” ระบบจะแสดงข้อความ “กำหนดรหัสผ่านใหม่สำเร็จแล้ว”

3. ยืนยันตัวตนด้วยคำถาม คลิกปุ่ม เลือกเส้นทางอื่น จนพบหน้าจอยืนยันตัวตนด้วยคำถาม > เลือกคำถาม-คำตอบ ที่ผู้ใช้งานเคยระบุไว้ตอนลงทะเบียน > คลิกปุ่ม ถัดไป > ทำการกรอกรหัสผ่านใหม่และยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง แล้วคลิก “บันทึกรหัสผ่าน” ระบบจะแสดงข้อความ “กำหนดรหัสผ่านใหม่สำเร็จแล้ว”

4. ยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลผู้เสียภาษี คลิกปุ่ม เลือกเส้นทางอื่น จนพบหน้าจอข้อมูลผู้เสียภาษี > กรอกข้อมูลส่วนบุคคลให้ครบถ้วน ระบุเลขควบคุมหลังบัตรประจำตัวประชาชน (Laser ID) > คลิกปุ่ม ถัดไป > ทำการกรอกรหัสผ่านใหม่และยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง แล้วคลิก “บันทึกรหัสผ่าน” ระบบจะแสดงข้อความ “กำหนดรหัสผ่านใหม่สำเร็จแล้ว”
สามารถขอรหัสผ่านใหม่ได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th > E-FILING ยื่นแบบทุกประเภท > คลิกปุ่ม ยื่นแบบออนไลน์ หรือเข้าสู่ระบบ > ระบบจะแสดงหน้าจอ Login ให้ คลิก ลืมรหัสผ่าน > ระบุเลขประจำตัวประชาชน/เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร > ทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่อง ☐ ฉันไม่ใช่โปรแกรมอัตโนมัติ > คลิกปุ่ม ถัดไป > ยืนยันตัวตนด้วยเบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมล ที่ผู้ใช้งานระบุไว้ในขั้นตอนการลงทะเบียน > คลิกปุ่ม ขอรหัส โดยระบบจะทำการจัดส่งรหัส OTP ไปยังเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรืออีเมล ให้ผู้ใช้งานระบุรหัส OTP ที่ได้รับ ภายใน 5 นาที > คลิกปุ่ม ถัดไป > ทำการกรอกรหัสผ่านใหม่และยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง แล้วคลิก “บันทึกรหัสผ่าน” ระบบจะแสดงข้อความ “กำหนดรหัสผ่านใหม่สำเร็จแล้ว” โดยไม่มีการแจ้งหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านทางหน้าจออีก
กรณีมีเงินได้จากหลายที่ ให้รวมเงินได้/ภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่ละรายการเป็นอันเดียวก่อนกรอก และใส่เลขผู้เสียภาษีของผู้จ่ายเงินได้ที่จ่ายเงินได้ให้มากที่สุด
กรณีเป็นแบบฯ ที่ไม่มีภาษีชำระ หรือแบบฯ ที่มีเงินคืนภาษี หากยังไม่ได้พิมพ์ใบเสร็จรับเงิน สามารถยกเลิกแบบฯ ที่ยื่นได้ภายในวันที่ยื่นแบบฯ (ไม่เกิน 24.00 น.) หากเกินเวลา 24.00 น. แล้ว จะไม่สามารถยกเลิกการยื่นแบบฯ ได้ ผู้มีเงินได้ต้อง Log in เข้าสู่ระบบ ทำการยื่นแบบฯ เพิ่มเติม โดยกรอกข้อมูลใหม่ทั้งหมด
คลิกคำว่า ระบุข้อมูล เพื่อกรอกเงินได้ ค่าเช่า ค่าผิดสัญญาเช่าซื้อหรือซื้อขายเงินผ่อน มาตรา 40(5) กรณีมีมากกว่า 1 ราย ให้คลิกคำว่า เพิ่ม และกรอกข้อมูลแต่ละรายให้ครบถ้วน
1. ชำระภาษีผ่าน e-Payment, Internet Credit Card, ATM on Internet โดยระบุธนาคารที่ใช้บริการป้อนหมายเลขผู้ใช้ (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้รับจากธนาคารและดำเนินการตามขั้นตอนของธนาคารนั้น

2. ชำระภาษีช่องทางอื่น เช่น ATM, Internet Banking, Tele Banking, Phone Banking, Mobile Banking, Tax Smart Card, Counter Service (ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ, ไปรษณีย์, 7-Eleven, Tesco Lotus, Big C, TrueMoney) ระบบจะแสดง Pay-in-Slip ซึ่งระบุรายละเอียดเลขประจำตัวประชาชน/เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (13 หลัก), รหัสควบคุม (15 หลัก) และจำนวนภาษีที่ต้องชำระ กรุณาพิมพ์ไว้เป็นหลักฐานเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการชำระภาษีตามช่องทางที่เลือกต่อไป

3. ชำระภาษีผ่าน QR Code โดยทำรายการผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารที่รองรับการชำระด้วย QR Code

4. ชำระภาษีผ่านบัตรภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Tax Compensation) กรมศุลกากร
กรณีดังกล่าว ถือว่าการยื่นแบบเสร็จสมบูรณ์ไม่สามารถดำเนินการยกเลิกการยื่นแบบฯ ได้ ให้ทำการยื่นแบบฯ ใหม่ โดยการ Log in เข้าสู่ระบบ และบันทึกรายการข้อมูลใหม่ทั้งหมด ระบบจะแจ้งเตือนให้ทราบว่า ท่านได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 แบบปกติ ปีภาษี … ผ่าน Internet แล้ว ระบบจะแสดงหน้าจอสำหรับยื่นแบบฯ เพิ่มเติมให้ท่านอัตโนมัติ และให้กรอกจำนวนเงินภาษีที่ชำระไว้แล้ว กรณีมีเงินภาษีต้องชำระ หรือกรอก 0.00 กรณีไม่มีภาษีที่ต้องชำระหรือขอคืนเงิน ในรายการค่าลดหย่อน ภายใต้หัวข้อภาษีที่ได้ชำระไว้แล้ว
กรณีชำระด้วยเช็คต้องไปชำระ ณ ธนาคาร/สาขา ผู้ออกเช็คเท่านั้น
สำหรับการผ่อนชำระภาษีงวดที่ 2 หรือ 3 ให้พิมพ์ชุดข้อมูลการชำระเงิน (Pay-in-Slip) เพื่อนำไปชำระภาษีให้ตรงกับการชำระภาษีของงวดนั้นๆ
สำหรับการผ่อนชำระภาษีงวดที่ 2 และ 3 หน่วยรับชำระจะไม่หักบัญชีโดยอัตโนมัติ ให้ทำการ Log in เข้าระบบยื่นแบบออนไลน์ แล้วดำเนินการตามขั้นตอนของหน่วยรับชำระนั้นๆ
สามารถเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ได้ โดย Log in เข้าระบบยื่นแบบออนไลน์ คลิกที่ชื่อผู้เสียภาษี (มุมขวาบน) > ข้อมูลเพื่อการติดต่อ ทั้งนี้ ก่อนทำการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ ให้กด "บันทึกร่าง" ก่อน เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย
Log in เข้าระบบยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 เลือกเมนู ชำระภาษี ระบบแสดงหน้าจอ “รายการภาษีที่ต้องชำระ” ทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่อง ☐ หน้ารายการที่ต้องการชำระ กดปุ่ม ชำระภาษี ระบบแสดงหน้าจอ “รายละเอียดการชำระ” ระบบจะให้เลือกช่องทางการชำระภาษีใหม่อีกครั้งเสียภาษี
กรณียื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อมาพบว่า ข้อมูลที่แจ้งไว้นั้นไม่ถูกต้อง สามารถดำเนินการได้ดังนี้

1. กรณีเป็นแบบฯ ที่ชำระภาษีงวดแรกแล้ว ให้ทำการ Log in เข้าสู่ระบบการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 อีกครั้ง โดยสามารถทำรายการใหม่ทั้งหมด ระบบจะแจ้งเตือนให้ทราบว่า ท่านเคยยื่นแบบฯ ไว้แล้ว และเป็นการยื่นเพิ่มเติมให้ท่านอัตโนมัติ และในการกรอกรายการค่าลดหย่อน “ภาษีที่คำนวณได้ตามแบบ ภ.ง.ด.90/91 แล้วแต่กรณี (กรณียื่นแบบเพิ่มเติม)” ให้บันทึกจำนวนเงินภาษีทั้งหมดที่ต้องชำระตามแบบครั้งแรก

2. กรณีเป็นแบบฯ ที่ยังไม่ได้ชำระงวดแรก ให้ Log in เข้าสู่ระบบ และกดปุ่มเมนู “ชำระภาษี” หรือ “ตรวจสอบผลการยื่นแบบ” ให้ทำการยกเลิกการยื่นแบบฯ ฉบับนั้น โดยกดปุ่ม จุด 3 จุด และเลือก “ยกเลิกแบบ” ระบบแสดงข้อความ “คุณต้องการยกเลิกแบบ ?” กดปุ่ม “ยืนยัน” ระบบแสดงสถานะ “ยกเลิกแบบ (โดยผู้ใช้)” แล้วทำการยื่นแบบฯ ใหม่
Log in เข้าระบบยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ดำเนินการกรอกรายการข้อมูลเงินได้และค่าลดหย่อนต่าง ๆ ตรวจสอบรายละเอียดของรายการให้ถูกต้อง เมื่อถูกต้องแล้วกดปุ่ม ถัดไป ระบบแสดงผลการคำนวณภาษี หากมีเงินภาษีที่ชำระไว้เกินและประสงค์ขอคืนเงินภาษี ให้เลือก “ต้องการขอคืน” หรือ “ไม่ต้องการ” ซึ่งต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง และถ้ามีข้อความให้ระบุความต้องการอุดหนุนเงินภาษีให้แก่พรรคการเมือง ให้เลือก “ต้องการอุดหนุน” หรือ ไม่ต้องการ” อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วกดปุ่ม ถัดไป ทั้งนี้ กรมสรรพากรจะแจ้งผลการคืนเงินภาษีผ่าน SMS ตามเบอร์ที่ได้ลงทะเบียนไว้ แล้วกดปุ่ม ยืนยันการยื่นแบบ จึงจะถือว่าการยื่นแบบฯ ฉบับนั้นเสร็จสมบูรณ์ ให้พิมพ์แบบฯ เก็บไว้เป็นหลักฐาน
ได้ โดย Log in เข้าสู่ระบบยื่นแบบออนไลน์ คลิกที่ชื่อผู้เสียภาษี (มุมขวาบน) > ข้อมูลผู้เสียภาษี > ข้อมูลเพื่อการติดต่อ กดปุ่ม แก้ไข ระบุเบอร์โทรศัพท์เดิม และเบอร์โทรศัพท์ใหม่ที่ต้องการเปลี่ยน
เมื่อยืนยันการยื่นแบบฯ แล้ว ระบบจะแสดงหน้าจอผลการยื่นแบบฯ ให้คลิกปุ่ม “นำส่งเอกสารล่วงหน้า” ระบบจะแสดงหน้าจอเชื่อมต่อไปยังระบบ EDSS หรือหากต้องการนำส่งเอกสารภายหลังสามารถ upload ได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th > เลือกเมนู e-Refund สอบถามการคืนภาษี หรือเมนู My Tax Account ตรวจสอบค่าลดหย่อน
กรณีไม่มีภาษีชำระ หรือขอคืนเงิน สามารถพิมพ์แบบ/ใบเสร็จได้ทันที กรณีที่มีภาษีชำระเพิ่มเติม รอประมวลผล 2 วันทำการ จึงสามารถพิมพ์แบบและใบเสร็จได้
ได้ โดยเลือกเมนู บริการอื่นๆ เลือก ดาวน์โหลดภาพแบบ/ใบเสร็จ (ย้อนหลัง) เลือกประเภทแบบ/ปี ที่ต้องการ
สามารถขอยกเลิกการขอคัดแบบได้ แต่ต้องยกเลิกภายในวันที่แจ้งคำขอเท่านั้น
สามารถใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7.0 และ Chrome เวอร์ชัน 8.0 ขึ้นไป และเบราว์เซอร์ที่รองรับระบบ New e-Filing มีดังนี้

    - Internet Explorer 11 ขึ้นไป
    - Google Chrome 78 ขึ้นไป
    - Mozilla Firefox 70 ขึ้นไป
    - Microsoft Edge 18 ขึ้นไป
    - Safari 13 ขึ้นไป
สามารถดูได้ที่ เมนู ตรวจสอบผลการยื่นแบบ
1. สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทุกแห่งทั่วประเทศ
2. อินเทอร์เน็ต (e-Filing) เว็บไซต์กรมสรรพากร
3. ไปรษณีย์ลงทะเบียน เฉพาะผู้มีภูมิลำเนาในกรุงเทพมหานครเท่านั้น
4. แอพพลิเคชั่น RD Smart Tax
1. หากมีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล แก้ไขโดย Log in เข้าสู่ระบบยื่นแบบออนไลน์ คลิกที่ชื่อผู้เสียภาษี (มุมขวาบน) > ข้อมูลผู้เสียภาษี > กดปุ่ม แก้ไข ที่แถบข้อมูลผู้เสียภาษี เพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องก่อน

2. หากไม่ได้มีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล แต่ในระบบยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ตแสดงข้อมูลผู้เสียภาษี ไม่ตรงกับข้อมูลตามบัตรประจำตัวประชาชน ให้ทำการแก้ไขที่แถบข้อมูลผู้เสียภาษีให้ถูกต้องก่อน จึงจะสามารถเข้าใช้งานระบบอื่นได้

ชำระภาษี

กรณีภาษีศูนย์ หรือ ชำระไว้เกิน ของ ภ.ง.ด.94 สามารถพิมพ์ภาพแบบ/ใบเสร็จรับเงิน ได้เฉพาะแบบเดียวเท่านั้น
กรณีเป็นเคส ภาษี 0 หรือภาษี ชำระไว้เกิน โดยไม่มีเงินเพิ่มหรือค่าปรับอาญา ไม่สามารถยกเลิกแบบได้
แนะนำให้ไปที่เมนู "ชำระภาษี" ระบบจะแสดงรายการที่ยื่นสำเร็จรอชำระมาให้
สามารถดู Clip VDO สาธิตการส่งแบบที่บันทึกแล้วให้ตัวแทนชำระ
การคัดแบบสำหรับผู้เสียภาษีสามารถดำเนินการได้ใน เมนู บริการอื่นๆ (เมนูด้านบนสุดของหน้าจอ เมื่อ Login เข้าสู่ระบบแล้ว) ทั้งนี้ท่านจะต้องดำเนินการขั้นตอนสร้างหมายเลขผู้ใช้งานและรหัสผ่านใหม่ จึงจะสามารถเห็นเมนูการสร้างสิทธิ์ได้(ขั้นตอนการสร้างหมายเลขผู้ใช้จะปรากฏเมื่อท่านทำการ Login เข้าสู่ระบบ แล้วเลือกดำเนินการทันที)
หลังจากชำระภาษีเสร็จเรียบร้อยแล้วระบบจะประมวลผล 1 วัน หลังจากนั้นจึงจะดาวน์โหลดใบเสร็จได้
ในใบ Pay In Slip จะมี QR Code สำหรับสแกนจ่ายทางโทรศัพท์ได้
TA ย่อมาจาก Tax Agent สำนักงานบัญชีตัวแทน
PA ย่อมาจาก Payment Agent ตัวแทนชำระ
คือ บริการ “ชำระภาษีแบบรวมรายการ”
ซึ่งกรมสรรพากรเคยให้บริการแก่ผู้เสียภาษีที่มี User ID ขึ้นต้นด้วย TA + Running Number 6 หลัก เช่น TA000008 แต่ปัจจุบันระบบ New e-Filing เปลี่ยนเป็น “ตัวแทนชำระ (Payment Agent : PA) ซึ่งมีรหัสตัวแทนขึ้นต้นด้วย PA + Running Number 8 หลัก เช่น PA00000008

หากต้องการเป็น “ตัวแทนชำระ (PA) ต้องดำเนินการดังนี้

1. ผ่านขั้นตอนการขอหมายเลขผู้ใช้ และรหัสผ่านใหม่เพื่อเข้าใช้ระบบ New e-Filing เรียบร้อยแล้ว

2. จัดการบัญชีผู้ใช้ (Profile) โดยขอเป็น “ตัวแทนชำระ”
สำนักงานบัญชีตัวแทน (Tax Agent: TA) จะต้องทำการสร้างหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่เพื่อใช้งานระบบ New e-Filing โดยไม่ต้องสมัครใหม่ จากนั้นระบบจะผูกข้อมูลลูกค้าของ Tax Agent ซึ่งได้แจ้งไว้กับกรมสรรพากรตาม แบบ ต.ท.02 ให้โดยอัตโนมัติและ Tax Agent สามารถเข้าสู่ระบบยื่นแบบด้วยหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านของตนเองแต่ยื่นแบบแทนลูกค้ารวมถึงชำระภาษีของลูกค้าโดยชำระแบบรวมรายการได้
การชำระผ่านธนาคาร จะมีบางธนาคารเท่านั้น ที่แจ้งผลการชำระกลับมาที่กรมสรรพากรทันที โดยธนาคารไม่ได้แจ้งผลทันที แต่จะแจ้งผลภายในวันที่ชำระ เมื่อระบบประมวลผลแล้ว สถานะจึงจะเปลี่ยน เช่น Internet Banking จะมีการแจ้งผลการชำระแบบ Real time

กรณีเป็นช่องทางอื่นเช่น ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส จะไม่ Real Time จะมีการส่งข้อมูลในตอนสิ้นวันนั้น จึงมีการประมวลผลข้อมูล
จะต้อง Login ด้วย User ของสำนักงานบัญชี โดยสำนักงานบัญชีต้องเป็นผู้ยื่นแบบให้กับลูกค้าจึงจะเห็นรายการของลูกค้า และสามารถรวมชำระได้
ดำเนินการ ดังนี้

1. login เข้าระบบด้วย User ID ของผู้ที่ต้องการรวมรายการ

2. ไปจัดการสิทธิ ที่เมนู ข้อมูลผู้เสียภาษี

3. เลือก block ข้อมูลตัวแทนชำระ

4. ขอเป็นตัวแทนชำระ

5. ตั้ง Password ของตัวแทนชำระ

6. ยืนยันการเป็นตัวแทน

หมายเหตุ

1. ไม่ต้องส่งเอกสารใด ๆ ให้กรมสรรพากร

2. PA ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการนำส่งเอกสารการสมัคร ภ.อ.01 แล้ว

1. ลูกค้า login เข้าระบบด้วย User ID ของลูกค้าเอง
2. ไปที่เมนูชำระภาษี
3. เลือกรายการที่ต้องการส่งให้ PA
4. กดปุ่ม ส่งตัวแทนชำระ
5. ให้รหัสตัวแทน และ Password ของตัวแทน
6. กดปุ่ม ตกลง
สำนักงานบัญชีทั่วไปที่เคยชำระภาษีแบบรวมรายการจะต้องทำการสร้างหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่เพื่อ
ใช้งานระบบ New e-Filing โดยไม่ต้องสมัครใหม่ จากนั้นดำเนินการดังนี้

1. จัดการบัญชีผู้ใช้ (Profile) โดยขอเป็น "ตัวแทนชำระ (Payment Agent: PA)"

2. กำหนดรหัสผ่านของตัวแทนชำระ

เมื่อดำเนินการเสร็จ จะได้รหัสตัวแทนชำระทันที ซึ่งขึ้นต้นด้วย PA+เลข running 8 หลัก เช่น PA00000008

3. แจ้งรหัสตัวแทนชำระและรหัสผ่านของตัวแทนชำระให้กับลูกค้าทราบ

4. ให้ลูกค้านำข้อมูลตามข้อ 3. ไปกรอกในขั้นตอนชำระภาษี (ที่เมนูชำระภาษี) เพื่อให้รายการนั้นถูกส่งไปยัง PA เพื่อชำระภาษีแบบรวมรายการ
1. login เข้าระบบด้วย User ID ของตัวแทนชำระ
2. ไปที่เมนูชำระภาษี
3. เลือกรายการที่ต้องการชำระ
4. กดปุ่ม ชำระ

ตรวจสอบผลการยื่นแบบ

ขอคัดแบบ

ระบบแสดงรายการคัดแบบย้อนหลังได้ 1 ปี หากต้องการค้นหารายการที่ต้องการคัดแบบ สามารถค้นหาในระบบได้ โดยระบบจะมีข้อมูลการคัดแบบย้อนหลังไว้ให้ 2 ปี ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล
สามารถแจ้งคำขอคัดแบบได้ เพราะการขอคัดแบบนั้นจะแจ้งภายใต้เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของสถานประกอบการ ที่มีสิทธิ์ในการยื่นแบบ
การขอคัดแบบจะมีค่าธรรมเนียม แต่ระบบจะไม่ได้คำนวณให้ โดยจะเสียค่าธรรมเนียมในวันที่มารับแบบ
สามารถคัดแบบได้ทั้งแบบแสดงรายการ และใบแนบ
สามารถขอยกเลิกการขอคัดแบบได้ แต่ต้องยกเลิกภายในวันที่แจ้งคำขอเท่านั้น จะไม่สามารถยกเลิกข้ามวันได้
การคัดแบบย้อนหลัง สำหรับผู้เสียภาษีสามารถดำเนินการได้ใน เมนู บริการอื่นๆ (เมนูด้านบนสุดของหน้าจอ เมื่อ Login เข้าสู่ระบบแล้ว)
ทั้งนี้ท่านจะต้องดำเนินการขั้นตอนสร้างหมายเลขผู้ใช้งานและรหัสผ่านใหม่ จึงจะสามารถเห็นเมนูการสร้างสิทธิได้ (ขั้นตอนการสร้างหมายเลขผู้ใช้จะปรากฏเมื่อท่านทำการ Login เข้าสู่ระบบ แล้วเลือกดำเนินการทันที)
ระบบ New e-Filing สามารถยื่นขอคัดแบบได้ตั้งแต่ปีที่ระบบใหม่ขึ้นให้ใช้งาน และเฉพาะแบบที่ยื่นผ่าน Internet เท่านั้น

อื่นๆ

ระบบจะมีการตัดออกจากระบบ หากไม่ได้ใช้งานเกิน 30 นาที
ระบบรองรับ Windows 7 Service Pack 2 ขึ้นไป
ทำการกดปุ่ม Ctrl + Shift + r เพื่อทำการล้างค่าใน Cache ของ Web Browser
Browser ที่เป็น Chrome, Safari (บนเครื่อง Mac) และ Microsoft Edge และ นอกจากนี้แบบ ภ.ง.ด.94 ยังสามารถ Support iPad 10" ได้อีกด้วย
ทีมงานมีการเก็บข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หาก user มีข้อมูลให้ เช่น Version ของเครื่อง Mac หรือ Version ของ Safari ที่มีปัญหา ทีมงานก็จะได้นำข้อมูลตรงนี้มาวิเคราะห์เป็นเคสๆ ไป
ระบบส่งข้อมูลให้แบบเรียลไทม์ ส่วนเวลาการตอบ ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่