ถาม-ตอบ

ระบบ New e-Filing

ระบบ e-Filing เดิม ใช้ได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 และเริ่มใช้ New e-Filing ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2564
ระบบยื่นแบบและชำระภาษีออนไลน์ระบบใหม่ หรือ New e-Filing เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป
ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2564 พร้อมให้บริการ New e-Filing ทุกประเภทแบบ ยกเว้นแบบ ภ.ง.ด. 93 และแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
วันที่ 1-5 ตุลาคม 2564 ระบบปิดให้บริการระบบเดิมเพื่อทำการย้ายข้อมูลและปรับปรุงระบบ ผู้เสียภาษีสามารถ Login ด้วยรหัสผู้ใช้และรหัสผ่านเดิม เพื่อนยื่นแบบและชำระเงินได้ตามปกติบนระบบ New e-Filing ได้ในวันที่ 6 ตุลาคม 2564

โปรแกรม RD Prep

โปรแกรม RD Prep คือโปรแกรมจัดเตรียมข้อมูลเพื่อการยื่นแบบด้วยวิธีการบันทึกหรือวิธีการโอนย้ายข้อมูลใบแนบแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีมีไฟล์ข้อมูลที่จัดเตรียมจากโปรแกรมอื่นๆ ที่นามสกุล.txt หรือนามสกุล .csv ผู้เสียภาษีสามารถนำมาเตรียมเพื่อการยื่นแบบด้วยวิธีการโอนย้าย ด้วยโปรแกรม RD Prep ได้
หากผู้เสียภาษีพบปัญหาในการติดตั้งโปรแกรม RD Prep ขึ้นหน้าจอขาว บนเครื่องที่ระบบปฏิบัติการเป็นWindows 7 Service Pack 1 แนะนำให้ติดตั้งโปรแกรม RD Prep บนเครื่องที่มีระบบปฏิบัติการ (OS) เป็นWindows 7 Service Pack สูงกว่า Service Pack 1
แนะนำให้ copy ไฟล์มาไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรม RD Prep เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลในเครื่อง Server
เป็นการเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลที่บันทึกไว้ผ่านโปรแกรม RD Prep เพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลได้ ซึ่งโปรแกรมไม่ได้บังคับให้ตั้งค่ารหัส PIN
ปัญหาจาก Security Check Certificate ของไฟล์ ต้องให้ทาง IT ของบริษัทนั้นปลดโปรแกรม RD Prep จาก list Unknown Publisher
ขึ้นอยู่กับค่ายของ Firewall ที่แจ้งเตือน ให้ผู้เสียภาษีเลือก อนุญาต ให้ติดตั้งโปรแกรม
หากระบบปฏิบัติการ (OS)เป็น Windows 7 Ultimate จะพบปัญหาหน้าจอขาวไม่ หากเป็น Windows 7 Enterprise จะสามารถใช้งานได้
ไม่จำเป็น ผู้เสียภาษีสามารถยื่นแบบออนไลน์ ที่ระบบ New e-Filing ได้ ทั้งนี้โปรแกรม RD Prep เหมาะสำหรับกรณีที่ แบบ ภ.ง.ด. 1 ภ.ง.ด. 2 ภ.ง.ด. 3 ภ.ง.ด.53 มีจำนวนรายการผู้มีเงินได้จำนวนมาก หรือ ภ.พ. 30 ที่มีจำนวนรายการสาขาจำนวนมาก หรือ ภ.ธ.40 ที่มีจำนวนรายการสาขาจำนวนมาก
ผู้เสียภาษีสามารถเรียกดูไฟล์ข้อมูลของเดือนก่อนมาแก้ไขและนำไปยื่นแบบในเดือนถัดไปได้ โดยไม่ต้องบันทึกข้อมูลใหม่โดยการเลือก บันทึกข้อมูลแบบ ที่ต้องการ เช่น เลือก ภ.ง.ด. 3 ข้อมูลเดิมที่เคยบันทึกจะปรากฏขึ้นมา แล้วกด คัดลอก เลือก เดือน/ปีภาษีปัจจุบัน เลือก วันเดือนปีที่จ่าย กด ตกลง ระบบจะแสดงรายการของเดือน/ปีภาษีปัจจุบัน แล้วทำการแก้ไข หรือ เพิ่ม รายการตามความต้องการ และตรวจสอบความถูกต้อง ก่อน กดบันทึกและสร้างไฟล์ข้อมูล ระบบจะจัดเก็บไฟล์เป็นนามสกุล.rdx เลือกที่จัดเก็บไฟล์และห้ามเปลี่ยนชื่อไฟล์เพื่อนำไปยื่นในระบบ New e-Filing

ทั้งนี้ผู้เสียภาษีสามารถศึกษาจากคู่มือการใช้งานหรือวีดิโอแนะนำ การ Copy File เพื่อนำไปยื่นแบบในเดือนถัดไป
สามารถทำได้ โดยการเลือก บันทึกข้อมูลแบบ เลือก แบบ ภ.ง.ด.1 จะปรากฏข้อมูลที่เคยบันทึกไว้ กดปุ่มคัดลอก เลือกเดือนปีภาษี เลือก เดือนปีภาษีปัจจุบัน กด ตกลง และวันเดือนปีภาษีที่ต้องการจ่ายเงิน กดตกลง ระบบจะแสดงรายงานเดือนปีภาษีปัจจุบันขึ้นมาให้
จากโปรแกรม RD Prep ที่หน้าจอการจัดเตรียมข้อมูลแบบด้วยวิธีการบันทึกข้อมูลแบบ กดเลือก บันทึกข้อมูลแบบ คลิก ภ.ง.ด. 1 ให้กดสัญลักษณ์จุด 3 จุด ตรงมุมด้านขวาบนของแบบ ภ.ง.ด.1 จากนั้นจะปรากฏข้อความว่า “นำเข้าข้อมูลจากโปรแกรมเก่า” เมื่อคลิก ที่ข้อความ จะปรากฏหน้าจอให้คลิกเลือกไฟล์.txt ที่ต้องการ
เมื่อผู้เสียภาษีทำการแปลงไฟล์ข้อมูล หรือบันทึกข้อมูล และได้ไฟล์นามสกุล .rdx เรียบร้อยแล้ว ให้ผู้เสียภาษีเข้าสู่ระบบยื่นแบบออนไลน์ด้วยหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่าน แล้วเลือก เมนูยื่นแบบ เลือก upload ไฟล์ข้อมูลแบบ
1) สำนักงานบัญชีตัวแทนต้องยื่นแบบคำขอเพิ่ม/ลดจำนวนผู้มีหน้าที่เสียภาษีของสำนักงานบัญชีตัวแทน (ต.ท.04) และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ที่กองมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากร เพื่อขอเพิ่มรายลูกค้า หลังจากได้รับอนุมัติแล้ว กองมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากรจะส่งรายชื่อลูกค้าให้กองบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ดำเนินการเพิ่มข้อมูลลูกค้าในระบบ New e-Filing สำนักงานบัญชีตัวแทนก็จะสามารถยื่นแบบให้ลูกค้าได้

2) หากไม่แจ้งเพิ่มรายชื่อลูกค้าสำนักงานบัญชีตัวแทนจะไม่สามารถยื่นแบบผ่านออนไลน์ให้ลูกค้าในนามสำนักงานบัญชีตัวแทน สำหรับลูกค้ารายที่ยังไม่มาแจ้งเพิ่มได้ ดังนั้น ลูกค้าต้องยื่นแบบด้วยชื่อผู้ใช้งาน (username) และรหัสผ่าน (password) ในนามของลูกค้าเอง
ผู้เสียภาษีสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้ในวันที่ 6 ตุลาคม 2564 เบื้องต้นให้พิมพ์แบบ ภ.พ.36 และหลักฐานการโอนเงินเก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนได้
ปัจจุบันการยื่นแบบแสดงรายการผ่านระบบ New e-Filing ยังไม่รองรับกรณีกระทำการแทนผู้จ่ายเงินได้ ทั้งนี้ กรมสรรพากรอยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เพื่อรองรับกรณีผู้มีเงินได้พึงประเมินถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย สามารถนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย แทนผู้จ่ายเงินได้ หากปรับปรุงแล้วเสร็จ กรมสรรพากรจะดำเนินการปรับปรุงระบบให้รองรับกรณีดังกล่าวเป็นลำดับถัดไป
โปรแกรม RD Prep V 1.1.5 เป็นต้นไป แต่หากมีการปรับปรุงโปรแกรม RD Prep แนะนำให้อัปเดตให้เป็นปัจจุบันด้วย โดยโปรแกรมเปิดบริการให้ผู้เสียภาษีสามารถจัดเตรียมไฟล์ข้อมูลแบบ ภ.พ. 30 ด้วยวิธีการโอนย้ายข้อมูล สำหรับการจัดเตรียมไฟล์ด้วยวิธีการบันทึกยังไม่เปิดให้บริการ แต่ผู้เสียภาษีสามารถยื่นแบบ ภ.พ. 30 ด้วยวิธีการบันทึกข้อมูลผ่านระบบ New e-Filing ออนไลน์ได้
ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสามารถเลือกจัดทำใบแนบได้ 2 ลักษณะ คือ

1) กรอกข้อมูลใบแนบบนออนไลน์ได้เลยซึ่งสามารถ save ข้อมูลเก็บไว้ได้หากกรอกข้อมูลไม่เสร็จ

2) ใช้โปรแกรม RD Prep ในการบันทึกหรือโอนย้ายข้อมูลซึ่งจะคล้ายระบบ RDinet เดิม ที่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรม RD Prep มาติดตั้งเพื่อใช้งานเมื่อบันทึกหรือโอนย้ายข้อมูลเรียบร้อยแล้วจะได้ไฟล์นามสกุล .rdx นำไป upload บนออนไลน์
ไฟล์นามสกุลที่โปรแกรม RD Prep รองรับสำหรับการโอนย้ายข้อมูลคือ .txt และ .csv
ระบบ New e-Filing รองรับไฟล์ที่ใช้ในการ upload เพื่อยื่นแบบออนไลน์ 2 นามสกุลเท่านั้น คือ

1) นามสกุล .rdx ได้จากการบันทึกหรือโอนย้ายข้อมูลด้วยโปรแกรม RD Prep

2) นามสกุล .xml ได้จากโปรแกรมทำบัญชีทั่วไปซึ่งสามารถพัฒนาโปรแกรมให้สามารถ export ไฟล์ได้ ตามข้อกำหนดทางเทคนิคที่กรมสรรพากรประกาศ (ขณะนี้ยังไม่ได้ประกาศ) ** ไฟล์ .txt จะไม่สามารถนำมา upload ได้
ผู้เสียภาษีไม่สามารถนำไฟล์ที่ได้จากโปรแกรมใบแนบด้วยโปรแกรม RDinet เดิมมา upload เพื่อยื่นแบบในระบบ New e-Filing ได้ แต่สามารถนำไฟล์มาแปลงที่โปรแกรม RD Prep ให้เป็นนามสกุล .rdx ก่อนนำไป upload เพื่อยื่นแบบในระบบ New e-Filing ได้
ผู้เสียภาษีสามารถเรียกดูไฟล์ข้อมูลของเดือนก่อนมาแก้ไขและใช้ในเดือนถัดไปได้ โดยไม่ต้องบันทึกข้อมูลใหม่โดยการเลือกบันทึกข้อมูลแบบที่ต้องการ เช่น เลือก ภ.ง.ด. 1 ข้อมูลเดิมที่เคยบันทึกจะปรากฏขึ้นมา แล้วกด คัดลอก เลือก เดือน/ปีภาษีปัจจุบัน เลือก วันเดือนปีที่จ่าย กด ตกลง ระบบจะแสดงรายการของเดือน/ปีภาษีปัจจุบัน แล้วทำการแก้ไข หรือ เพิ่ม รายการตามความต้องการ และตรวจสอบความถูกต้อง ก่อน กดบันทึกและสร้างไฟล์ข้อมูล ระบบจะจัดเก็บไฟล์เป็นนามสกุล.rdx เลือกที่จัดเก็บไฟล์และห้ามเปลี่ยนชื่อไฟล์เพื่อนำไปยื่นในระบบ New e-Filing
ถ้าหากกดพิมพ์แบบจากโปรแกรม Rd Prep จะยังไม่ปรากฏข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ แต่เมื่อนำไฟล์ .rdx ไป upload เพื่อยื่นแบบบนระบบออนไลน์ เมื่อกดพิมพ์แบบ ระบบ New e-Filing จะปรากฏข้อมูล ชื่อ ที่อยู่
จะมี Pop Up แจ้งเตือนให้อัปเดตตอนเปิดโปรแกรม RD Prep ในขณะที่คอมพิวเตอร์นั้น Online อยู่
โดยโปรแกรมจะตรวจสอบการอัปเดตอัตโนมัติเมื่อมีการปรับปรุงเวอร์ชั่นของโปรแกรม
ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสามารถเลือกจัดทำใบแนบได้ 2 ลักษณะ คือ

1. กรอกข้อมูลใบแนบบนออนไลน์ได้เลยซึ่งสามารถ save ข้อมูลเก็บไว้ได้หากกรอกข้อมูลไม่เสร็จ

2. ใช้โปรแกรม RD Prep ในการบันทึกหรือโอนย้ายข้อมูลซึ่งจะคล้ายระบบเดิมที่ต้อง
ดาวน์โหลดโปรแกรม RD Prep มาติดตั้งเพื่อใช้งานเมื่อบันทึกหรือโอนย้ายข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
จะได้ไฟล์นามสกุล .rdx นำไป upload บนออนไลน์
นามสกุลที่โปรแกรม RD Prep รองรับสำหรับการโอนย้ายข้อมูลคือ .txt และ .csv
ระบบ New e-Filing รองรับไฟล์ที่ใช้ในการ upload เพื่อยื่นแบบออนไลน์ 2 นามสกุลเท่านั้น คือ

1. นามสกุล .rdxได้จากการบันทึกหรือโอนย้ายข้อมูลด้วยโปรแกรม RD Prep

2. นามสกุล .xml ได้จากโปรแกรมทำบัญชีทั่วไปซึ่งสามารถพัฒนาโปรแกรมให้สามารถ export ไฟล์ได้
ตามข้อกำหนดทางเทคนิคที่กรมสรรพากรประกาศ (ขณะนี้ยังไม่ได้ประกาศ)
** ไฟล์ .txt จะไม่สามารถนำมา upload ได้
ไม่สามารถนำไฟล์ที่ได้จากโปรแกรมใบแนบเดิมมายื่นแบบในระบบ New e-Filing ได้
แต่สามารถนำไฟล์มาแปลงที่โปรแกรม RD Prep ให้เป็นนามสกุล .rdx ก่อนนำไป upload
เพื่อยื่นแบบในระบบ New e-filing ได้
สามารถเรียกข้อมูลมาแก้ไขและใช้ในเดือนถัดไปได้ โดยไม่ต้องบันทึกข้อมูลใหม่
ขึ้นอยู่กับค่ายของ Firewall ที่แจ้งเตือน ขอให้เลือก อนุญาต ให้ติดตั้งโปรแกรม

สมัครใช้บริการ

เมื่อเข้าสู่ระบบ New e-Filing ให้คลิก เข้าสู่ระบบ กรอกหมายเลขผู้ใช้ และรหัสผ่าน คลิก เข้าสู่ระบบ ให้เลือกเมนู ข้อมูลผู้เสียภาษี คลิก ขอเป็นตัวแทนชำระ ให้กรอก รหัสผ่าน และ ยืนยันรหัสผ่าน คลิก ยืนยัน จะปรากฏหน้าต่าง Popup ยืนยันการเปิดใช้งานตัวแทนชำระ รหัสตัวแทนชำระมีจำนวน 10 ตัวอักษรขึ้นต้นด้วย PA และตัวเลขดังตัวอย่าง PA00000000 แล้วคลิก ตกลง เมื่อได้รหัสตัวแทนชำระแล้ว ให้แจ้งรหัสตัวแทนชำระและรหัสผ่านของตัวแทนชำระให้กับลูกค้าหรือสาขาของท่านทราบ เพื่อให้ลูกค้าหรือสาขาของท่าน นำข้อมูลที่ได้รับ ไปกรอกในขั้นตอนการชำระภาษี

สามารถศึกษาจากวิดีโอแนะนำ PA_1_การขอเป็นตัวแทนชำระ_(Payment_Agent_PA.mp4)
ให้สมัครใช้บริการ โดยในขั้นตอนความประสงค์ในการลงทะเบียน ให้เลือก “ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” และเมื่อลงทะเบียนสำเร็จ ผู้เสียภาษีจะสามารถเข้าใช้งานระบบด้วย Username และ Password ที่ตั้งขึ้นได้ทันที
ให้สมัครใช้บริการ โดยในขั้นตอนความประสงค์ในการลงทะเบียน ให้เลือก “ยื่นแบบภาษีเงินได้ทุกประเภทตามสิทธิ์” เมื่อสมัครผ่านระบบเรียบร้อยให้ยื่นเอกสาร ภ.อ.01 เพื่อยืนยันตัวตนต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขออนุมัติการลงทะเบียน เมื่อเจ้าหน้าที่อนุมัติแล้ว ก็สามารถเข้าสู่ระบบเพื่อยื่นแบบ ภ.พ.30 ผ่านอินเทอร์เน็ตในระบบ New e-Filing ได้

เข้าสู่ระบบ

ชื่อผู้ใช้งานใหม่
สำหรับผู้ที่ไม่มีสาขา หรือลงทะเบียนด้วยสาขาสำนักงานใหญ่ จะเปลี่ยนเป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก ของท่าน
และสำหรับท่านที่ลงทะเบียนเป็นแบบรายสาขาไว้ ชื่อผู้ใช้งาน จะเปลี่ยนเป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษี อากร 13 หลัก + ประเภทสาขา(VAT/SBT) + เลขที่สาขา (5หลัก)

ประเภทสาขา(VAT/SBT) คือ

1 = ลงทะเบียนด้วยสาขา vat

2 = ลงทะเบียนด้วยสาขา sbt

3 = ลงทะเบียนด้วยสาขา vat และ sbt

ตัวอย่างระบบปัจจุบันลงทะเบียนด้วย vat สาขา 1
ชื่อผู้ใช้งานใหม่ เป็น 0xxxx28000127100001
ไม่ต้องสร้างหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่ ผู้เสียภาษีสามารถนำหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านที่ได้รับเมื่อยืนยันบัญชีผู้ใช้งานในวันดังกล่าว สามารถใช้งานในระบบ New e-Filing ได้ทันที
เข้าระบบ New e-Filing และสร้างหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่
เลือก เข้าสู่ระบบ ด้วยหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านเดิม และดำเนินการตามขั้นตอน

1) เข้าสู่ระบบ

2) กรอก Username และ Password เดิม ที่ใช้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีที่เป็นรายเดือน
(กรณีบุคคลธรรมดาที่มี 2 User. ให้ใช้ User ที่ใช้ยื่นแบบรายเดือน ระบบจะรวม User ให้เป็น User เดียว)

3) เปลี่ยน e-mail address ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้กรมสรรพากรใช้ในการติดต่อ

4) คลิกขอรหัส เพื่อรับ OTP (ระบบส่ง OTP ให้ทาง e-mail ตามข้อ 3)

5) นำ OTP มากรอกที่หน้าจอ

6) กำหนดรหัสผ่าน

7) สร้างหมายเลขผู้ใช้สำเร็จ

** ไม่ต้องส่งเอกสารใด ๆ ให้กรมสรรพากร
ในขั้นตอนการระบุ e-mail address ระบบจะแสดง e-mail address ตามที่ท่านได้แจ้งไว้ใน ภ.อ.01 หรือ ภ.อ.03 ก่อนซึ่งท่านสามารถแก้ไข e-mail address ให้เป็นปัจจุบันได้ และกรมสรรพากรจะใช้ e-mail address นี้เป็นช่องทางในการติดต่อแจ้งข่าวสาร
เมื่อได้สร้างหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่เรียบร้อยแล้ว หมายเลขผู้ใช้นั้นจะเป็นผู้ใช้งานในระดับ Super Admin ที่สามารถสร้าง Admin และ User ได้
ต้องลงทะเบียนสมัครใหม่ในระบบ New e-Filing ได้ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. 64
ในการสร้างหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่ ระบบจะนำ e-mail address เดิมมาแสดงให้โดยอัตโนมัติ หากผู้เสียภาษีต้องการเปลี่ยนแปลง e-mail address ให้เป็นปัจจุบัน สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทันทีโดยไม่ต้องนำส่งเอกสารใดๆ ให้กรมสรรพากร
กรณีผู้เสียภาษีเป็นบุคคล
- หมายเลขผู้ใช้ เป็นเลข 13 หลัก (บัตรประจำตัวประชาชน/เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร) รหัสผ่านผู้เสียภาษีกำหนดเอง

กรณีผู้เสียภาษีเป็นนิติบุคคลและเป็นสำนักงานใหญ่
- หมายเลขผู้ใช้ เป็นเลขทะเบียนนิติบุคคล (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (กรมสรรพากร) รหัสผ่านผู้เสียภาษีกำหนดเอง

กรณีผู้เสียภาษีเป็นนิติบุคคลและเป็นสำนักงานสาขา (จด VAT/SBT)
- หมายเลขผู้ใช้ เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก + ประเภทสาขา (Vat/SBT) + เลขที่สาขา (5 หลัก)

ประเภทสาขา (VAT/SBT)

1 = ลงทะเบียนด้วยสาขา VAT

2 = ลงทะเบียนด้วยสาขา SBT

3 = ลงทะเบียนด้วยสาขา VAT และ SBT

รหัสผ่านผู้เสียภาษีกำหนดเอง โดยการตั้งรหัสผ่านต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้

1) รหัสผ่านต้องมีความยาวอย่างน้อย 8 ตัวอักษรและไม่เกิน 16 ตัวอักษร

2) รหัสผ่านต้องใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ (a-z,A-Z) และ ตัวเลข (0-9)

3) รหัสผ่านต้องมีตัวเลข (0-9) อย่างน้อย 1 ตัวอักษร

4) รหัสผ่านต้องมีตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่ (A-Z) อย่างน้อย 1 ตัวอักษร และมีตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์เล็ก (a-z) อย่างน้อย 1 ตัวอักษร

5) ต้องไม่ใช้คำว่า “password”

6) ต้องไม่เหมือนหรือคล้ายกับชื่อผู้ใช้

1. กรณีบุคคลธรรมดา จด VAT ขอให้ใช้หมายเลขผู้ใช้ 14 หลักเดิมในการ เข้าสู่ระบบเพื่อให้เห็นแบบ ภาษี ภ.พ. 30

2. เพื่อให้เห็นรายการแบบภาษีที่ท่านสามารถยื่นได้ทั้งหมด เมื่อทำการ เข้าสู่ระบบด้วยหมายเลขผู้ใช้ 14 หลัก ขอให้ท่าน ดำเนินการสร้างหมายเลขผู้ใช้ใหม่ทันที และระบุหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก เพื่อยืนยันตัวตน

3. เมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว เข้าสู่ระบบอีกครั้งด้วยหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 และ Password ที่ระบุใหม่

จัดการบัญชีสมาชิก

ที่หน้า Login ให้เลือก “ลืมรหัสผ่าน” จากนั้นสามารถเลือกยืนยันตัวตนได้ 3 วิธี คือ

1) ยืนยันตัวตนด้วยเบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมลที่ได้ลงทะเบียนไว้ โดยระบบจะส่งหมายเลข OTP ไปยังเบอร์โทรที่ได้ลงทะเบียนไว้ ให้ท่านกรอกเลข OTP ที่ได้รับ หากถูกต้อง ระบบจะเปิดให้กำหนด รหัสผ่านใหม่

2) ยืนยันตัวตนด้วยคำถามคำตอบที่ได้เลือกไว้ตอนลงทะเบียน หากถูกต้อง ระบบจะเปิดให้กำหนด รหัสผ่านใหม่

3) ยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลผู้เสียภาษี โดยกรอกข้อมูลของท่าน หากถูกต้อง ระบบจะเปิดให้กำหนด รหัสผ่านใหม่
หน้า Login ให้เลือก “ลืมรหัสผ่าน” จากนั้นในหน้าจอยืนยันตัวตนด้วยอีเมล ให้คลิกปุ่ม “เลือกเส้นทางอื่น” จากนั้นระบุอีเมลใหม่ ระบบจะส่งหมายเลข OTP ไปยังอีเมลที่ท่านระบุไว้ ให้กรอกเลข OTP ที่ได้รับ จากนั้นระบบจะให้ยืนยันความประสงค์ขอแจ้งเปลี่ยนรหัสผ่านพร้อมเปลี่ยนอีเมล เมื่อยื่นคำขอในระบบสำเร็จ ให้ท่านยื่นเอกสารยืนยันตัวตนผ่าน 2 ช่องทางคือ

1) นำส่งเอกสาร ภอ.03 พร้อมเอกสารประกอบ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่

2) อัพโหลดเอกสาร ภอ.03 ที่ลงลายมือชื่อดิจิทัล มายังlink ที่แจ้งไว้ในอีเมล

ยื่นแบบ

ดำเนินการขอเพิ่มสิทธิการใช้บริการในระบบ โดยเข้าระบบและกดที่ชื่อผู้ใช้งาน > ข้อมูลผู้เสียภาษีส่วนปรับปรุงข้อมูลผู้ใช้งาน ขอเพิ่มสิทธิการใช้บริการ กดปุ่ม สร้างคำขอ เมื่อยืนยันขอเพิ่มสิทธิ เรียบร้อย ระบบจะส่งอีเมลยืนยันการสร้างคำขอพร้อมเอกสารแนบให้ท่านตามอีเมลที่ท่านบันทึกไว้ให้ยื่นเอกสารเพื่อยืนยันตัวตน (นำส่งเอกสาร ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือ upload เอกสารที่ลงลายมือในรูปแบบไฟล์.PDF ที่ e-mail address ของ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่ภูมิลำเนาของสถานประกอบการตั้งอยู่ ส่งหรือ upload เอกสารที่ลงลายมือชื่อดิจิทัล)
เมื่อกด เข้าสู่ระบบ แล้ว Login เข้าใช้งานระบบ New e-Filing ให้เข้าไปดูที่เมนู "ตรวจสอบผลการยื่นแบบ"
ผู้เสียภาษีไม่สามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ของปีภาษี 2563 ในระบบ New e-Filing ณ ปัจจุบันได้ ต้องยื่นแบบที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา
เนื่องจากระบบ New e-Filing ไม่ได้นำข้อมูลเครดิตภาษีมูลค่าเพิ่มของเดือนภาษีสิงหาคม 2564 หากผู้เสียภาษีกรอกยอดภาษีชำระเกินยกมา ระบุข้อมูลตรงตามที่เคยยื่นไว้แล้ว ให้กด ใช่ เพื่อยืนยันได้เลย
ผู้เสียภาษีสามารถยื่นแบบแสดงรายการผ่านออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีภาษีชำระต้องชำระ ต้องชำระภายในกำหนดเวลาของหน่วยรับชำระภาษีนั้น ๆ
ไม่ต้องบันทึกใหม่ ให้ไปเลือกที่เมนู “ติดตามสถานะแบบ” แล้วยกเลิกชุดชำระเงิน (Payin Slip) เดิมและทำการพิมพ์ชุดชำระเงินใหม่อีกครั้ง โดยระบบจะทำการคำนวณเงินให้ใหม่ โดยอาจมีเรื่องเงินเพิ่ม เบี้ยปรับ ค่าปรับอาญา แล้วแต่กรณี
สามารถยกเลิกได้ภายในวันที่ยื่นแบบ (ไม่เกินเที่ยงคืน) หากเกินเที่ยงคืนไปแล้วจะไม่สามารถยกเลิกการยื่นแบบได้ แต่สามารถรอให้หมดระยะการชำระภาษี แล้วจึงมายกเลิกเพื่อยื่นแบบใหม่ได้
ถ้าวันสุดท้ายที่ครบเดือนตรงกับวันหยุด ระบบจะถือวันทําการถัดไป เป็นวันสุดท้ายของวันครบกำหนดเวลาการยื่นแบบของเดือนภาษีนั้น ถึงแม้วันทําการถัดไปจะเกินเดือนภาษีแล้วก็ตาม
ระบบ New e-Filing จะระบุครั้งที่ยื่นแบบเพิ่มเติมให้อัตโนมัติ แต่ผู้เสียภาษีสามารถแก้ไขเลขครั้งที่ยื่นเพิ่มเติมได้โดยต้องไม่ซ้ำกับครั้งที่มีอยู่ในระบบ
สามารถพิมพ์ได้ทั้งใบหน้าและใบแนบ หลังจาก ที่ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว โดยพิมพ์ได้ที่เมนูตรวจสอบผลการยื่นแบบ
ข้อจำกัดของการพิมพ์ใบแนบกรณีมีใบแนบเกิน 100 หน้า ระบบจะ export ออกมาเป็นไฟล์ .csv แทน
ผู้เสียภาษีสามารถยกเลิกแบบได้ก่อนปิดระบบสิ้นวัน

เงื่อนไข

1) ต้องเป็นแบบที่ไม่มีภาษีชำระหรือแบบขอคืน และ

2) ยังไม่ได้เข้าพิมพ์แบบแสดงรายการและใบเสร็จรับเงิน
ในระบบ New e-Filing แบบฉบับปกติสามารถยื่นยอดขายและยอดซื้อติดลบได้
ไม่สามารถทำได้ ต้องยื่นฉบับเพิ่มเติมเป็นขอคืนภาษีเป็นเงินสดหรือขอโอนเข้าบัญชีธนาคาร
กรณียื่นแบบ ภ.พ.30 รวมกัน ผู้เสียภาษีสามารถบันทึกใบแนบ ภ.พ.30 บนออนไลน์ได้ โดยระบบจะมีปุ่มให้เพิ่มข้อมูลของสาขา ใบแนบเข้ามาซึ่งหน้าการกรอกแบบออนไลน์จะเป็นแบบเดียวกับการยื่นแบบฉบับปกติ หรือจะบันทึกข้อมูลใบแนบ ภ.พ.30 ผ่านโปรแกรม RD Prep แล้วนำไฟล์ .rdx upload ที่หน้ายื่นแบบออนไลน์ได้

ชำระภาษี

แนะนำให้ไปที่เมนู "ชำระภาษี" ระบบจะแสดงรายการที่ยื่นสำเร็จรอชำระมาให้
สามารถดู Clip VDO สาธิตการส่งแบบที่บันทึกแล้วให้ตัวแทนชำระ
กรณีภาษีศูนย์ หรือ ชำระไว้เกิน ของ ภ.ง.ด.94 สามารถพิมพ์ภาพแบบ/ใบเสร็จรับเงิน ได้เฉพาะแบบเดียวเท่านั้น
กรณีเป็นเคส ภาษี 0 หรือภาษี ชำระไว้เกิน โดยไม่มีเงินเพิ่มหรือค่าปรับอาญา ไม่สามารถยกเลิกแบบได้
การคัดแบบสำหรับผู้เสียภาษีสามารถดำเนินการได้ใน เมนู บริการอื่นๆ (เมนูด้านบนสุดของหน้าจอ เมื่อ Login เข้าสู่ระบบแล้ว) ทั้งนี้ท่านจะต้องดำเนินการขั้นตอนสร้างหมายเลขผู้ใช้งานและรหัสผ่านใหม่ จึงจะสามารถเห็นเมนูการสร้างสิทธิ์ได้(ขั้นตอนการสร้างหมายเลขผู้ใช้จะปรากฏเมื่อท่านทำการ Login เข้าสู่ระบบ แล้วเลือกดำเนินการทันที)
หลังจากชำระภาษีเสร็จเรียบร้อยแล้วระบบจะประมวลผล 1 วัน หลังจากนั้นจึงจะดาวน์โหลดใบเสร็จได้
การชำระผ่านธนาคาร จะมีบางธนาคารเท่านั้น ที่แจ้งผลการชำระกลับมาที่กรมสรรพากรทันที โดยธนาคารไม่ได้แจ้งผลทันที แต่จะแจ้งผลภายในวันที่ชำระ เมื่อระบบประมวลผลแล้ว สถานะจึงจะเปลี่ยน เช่น Internet Banking จะมีการแจ้งผลการชำระแบบ Real time

กรณีเป็นช่องทางอื่นเช่น ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส จะไม่ Real Time จะมีการส่งข้อมูลในตอนสิ้นวันนั้น จึงมีการประมวลผลข้อมูล
ในใบ Pay In Slip จะมี QR Code สำหรับสแกนจ่ายทางโทรศัพท์ได้
จะต้อง Login ด้วย User ของสำนักงานบัญชี โดยสำนักงานบัญชีต้องเป็นผู้ยื่นแบบให้กับลูกค้าจึงจะเห็นรายการของลูกค้า และสามารถรวมชำระได้
TA ย่อมาจาก Tax Agent สำนักงานบัญชีตัวแทน
PA ย่อมาจาก Payment Agent ตัวแทนชำระ
คือ บริการ “ชำระภาษีแบบรวมรายการ”
ซึ่งกรมสรรพากรเคยให้บริการแก่ผู้เสียภาษีที่มี User ID ขึ้นต้นด้วย TA + Running Number 6 หลัก เช่น TA000008 แต่ปัจจุบันระบบ New e-Filing เปลี่ยนเป็น “ตัวแทนชำระ (Payment Agent : PA) ซึ่งมีรหัสตัวแทนขึ้นต้นด้วย PA + Running Number 8 หลัก เช่น PA00000008

หากต้องการเป็น “ตัวแทนชำระ (PA) ต้องดำเนินการดังนี้

1. ผ่านขั้นตอนการขอหมายเลขผู้ใช้ และรหัสผ่านใหม่เพื่อเข้าใช้ระบบ New e-Filing เรียบร้อยแล้ว

2. จัดการบัญชีผู้ใช้ (Profile) โดยขอเป็น “ตัวแทนชำระ”
สำนักงานบัญชีตัวแทน (Tax Agent: TA) จะต้องทำการสร้างหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่เพื่อใช้งานระบบ New e-Filing โดยไม่ต้องสมัครใหม่ จากนั้นระบบจะผูกข้อมูลลูกค้าของ Tax Agent ซึ่งได้แจ้งไว้กับกรมสรรพากรตาม แบบ ต.ท.02 ให้โดยอัตโนมัติและ Tax Agent สามารถเข้าสู่ระบบยื่นแบบด้วยหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านของตนเองแต่ยื่นแบบแทนลูกค้ารวมถึงชำระภาษีของลูกค้าโดยชำระแบบรวมรายการได้
สำนักงานบัญชีทั่วไปที่เคยชำระภาษีแบบรวมรายการจะต้องทำการสร้างหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่เพื่อ
ใช้งานระบบ New e-Filing โดยไม่ต้องสมัครใหม่ จากนั้นดำเนินการดังนี้

1. จัดการบัญชีผู้ใช้ (Profile) โดยขอเป็น "ตัวแทนชำระ (Payment Agent: PA)"

2. กำหนดรหัสผ่านของตัวแทนชำระ

เมื่อดำเนินการเสร็จ จะได้รหัสตัวแทนชำระทันที ซึ่งขึ้นต้นด้วย PA+เลข running 8 หลัก เช่น PA00000008

3. แจ้งรหัสตัวแทนชำระและรหัสผ่านของตัวแทนชำระให้กับลูกค้าทราบ

4. ให้ลูกค้านำข้อมูลตามข้อ 3. ไปกรอกในขั้นตอนชำระภาษี (ที่เมนูชำระภาษี) เพื่อให้รายการนั้นถูกส่งไปยัง PA เพื่อชำระภาษีแบบรวมรายการ
ดำเนินการ ดังนี้

1. login เข้าระบบด้วย User ID ของผู้ที่ต้องการรวมรายการ

2. ไปจัดการสิทธิ ที่เมนู ข้อมูลผู้เสียภาษี

3. เลือก block ข้อมูลตัวแทนชำระ

4. ขอเป็นตัวแทนชำระ

5. ตั้ง Password ของตัวแทนชำระ

6. ยืนยันการเป็นตัวแทน

หมายเหตุ

1. ไม่ต้องส่งเอกสารใด ๆ ให้กรมสรรพากร

2. PA ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการนำส่งเอกสารการสมัคร ภ.อ.01 แล้ว

1. ลูกค้า login เข้าระบบด้วย User ID ของลูกค้าเอง
2. ไปที่เมนูชำระภาษี
3. เลือกรายการที่ต้องการส่งให้ PA
4. กดปุ่ม ส่งตัวแทนชำระ
5. ให้รหัสตัวแทน และ Password ของตัวแทน
6. กดปุ่ม ตกลง
1. login เข้าระบบด้วย User ID ของตัวแทนชำระ
2. ไปที่เมนูชำระภาษี
3. เลือกรายการที่ต้องการชำระ
4. กดปุ่ม ชำระ

ตรวจสอบผลการยื่นแบบ

ขอคัดแบบ

ระบบแสดงรายการคัดแบบย้อนหลังได้ 1 ปี หากต้องการค้นหารายการที่ต้องการคัดแบบ สามารถค้นหาในระบบได้ โดยระบบจะมีข้อมูลการคัดแบบย้อนหลังไว้ให้ 2 ปี ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล
สามารถคัดแบบได้ทั้งแบบแสดงรายการ และใบแนบ
สามารถแจ้งคำขอคัดแบบได้ เพราะการขอคัดแบบนั้นจะแจ้งภายใต้เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของสถานประกอบการ ที่มีสิทธิ์ในการยื่นแบบ
สามารถขอยกเลิกการขอคัดแบบได้ แต่ต้องยกเลิกภายในวันที่แจ้งคำขอเท่านั้น จะไม่สามารถยกเลิกข้ามวันได้
ระบบ New e-Filing สามารถยื่นขอคัดแบบได้ตั้งแต่ปีที่ระบบใหม่ขึ้นให้ใช้งาน และเฉพาะแบบที่ยื่นผ่าน Internet เท่านั้น
การขอคัดแบบจะมีค่าธรรมเนียม แต่ระบบจะไม่ได้คำนวณให้ โดยจะเสียค่าธรรมเนียมในวันที่มารับแบบ
การคัดแบบย้อนหลัง สำหรับผู้เสียภาษีสามารถดำเนินการได้ใน เมนู บริการอื่นๆ (เมนูด้านบนสุดของหน้าจอ เมื่อ Login เข้าสู่ระบบแล้ว)
ทั้งนี้ท่านจะต้องดำเนินการขั้นตอนสร้างหมายเลขผู้ใช้งานและรหัสผ่านใหม่ จึงจะสามารถเห็นเมนูการสร้างสิทธิได้ (ขั้นตอนการสร้างหมายเลขผู้ใช้จะปรากฏเมื่อท่านทำการ Login เข้าสู่ระบบ แล้วเลือกดำเนินการทันที)

อื่นๆ

ระบบจะมีการตัดออกจากระบบ หากไม่ได้ใช้งานเกิน 30 นาที
Warranty กับกรมฯ ที่ window 10 และ Chrome ทั้งนี้ทีมพัฒนาระบบ จะดูทั้ง Browser ที่เป็น Chrome, Safari (บนเครื่อง Mac) และ Microsoft Edge และ นอกจากนี้แบบ ภ.ง.ด.94 ยังสามารถ Support iPad 10" ได้อีกด้วย
ทีมงานมีการเก็บข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หาก user มีข้อมูลให้ เช่น Version ของเครื่อง Mac หรือ Version ของ Safari ที่มีปัญหา ทีมงานก็จะได้นำข้อมูลตรงนี้มาวิเคราะห์เป็นเคสๆ ไป
ระบบส่งข้อมูลให้แบบเรียลไทม์ ส่วนเวลาการตอบ ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่
ทำการกดปุ่ม Ctrl + Shit r เพื่อทำการล้างค่าใน Cache ของ Web Browser